[FICY] I Only See You {part.3}
posted on 23 Nov 2008 18:51 by nootapao
ตั้งแต่วันที่ไอ้หมอนั่น ทง ยองแบ เลิกยุ่งกับคุณหนูของผม วันคืนก็ผ่านไปแบบสงบเรียบร้อยดี
ผมเองก็ใช้ชีวิตตามปกติ นั่นคือไปรับไปส่งคุณหนู คอยดูแลคุณหนู
จนถึงวันนี้ที่จู่ๆ พี่ซึงฮยอนก็เดินมาเรียกผม บอกว่าคุณท่านเรียกพบ ให้ไปหาที่ห้องหนังสือด่วน
ผมจึงต้องเข้าไปพบท่านโดยหารู้ตัวไม่ว่าเรื่องหนักใจกำลังจะมาเยือนอีกครั้ง
"จียง ตอนนี้นายก็อายุพอสมควรแล้วนะ"
"ครับ?" เสียงคุณท่านเอยขึ้นมาเรียบๆ ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าเรื่องคราวนี้จะเป็นอะไร
ผมจึงทำได้แค่ยืนนิ่ง รอฟังอย่างตั้งใจ
"สนใจจะดูตัวมั้ย?" อึ้งครับ ผมทำได้เพียงอึ้งในขณะที่ท่านยังคงพูดต่อ
"ลูกสาวเพื่อนชั้นเค้าอายุพอๆกับนาย การศึกษาดี หน้าตาก็ดี ชั้นก็เลยจะทาบทามให้นาย" คุณท่านคงจะเห็นผมทำสีหน้างงงวยอย่างหนัก
จึงสำทับเพิ่ม "อย่าลืมเสียหล่ะ ชั้นไม่ได้รับนายมาเป็นคนใช้ ชั้นอยากให้นายได้สิ่งดีๆในชีวิต พอๆกับลูกชั้นนะ" คุณท่านพูดขึ้นแค่นี้ผมก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว ผมคิดทบทวนอยู่ในใจ
"นายยังไม่มีผู้หญิงที่ชอบพอใช่มั้ย?" เอื้อก... ผู้หญิงที่ชอบ ใช่ยังไม่มี ผมเลยพยักหน้าหงึกหงักไปแบบใจลอยๆไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
จะปฏิเสธเลยก็คงจะดูไม่ดี คุณท่านดีกับผมขนาดนี้ จะบอกไปตรงๆว่าผมชอบลูกชายท่านก็คงจะไม่ได้ อ๊าาาาาาา ควอนจียงจะทำยังไงดี
"ดูนายจะยังตั้งตัวไม่ทันนะจียง ชั้นให้เวลานายไปคิดสักคืนแล้วกัน"
"ครับ ขอตัวครับ" ผมโค้งให้คุณท่าน ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยสภาพสับสนในชีวิตสุดๆ
"จียง" เสียงเรียกหนักๆไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ซึงฮยอนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้องหนังสือนั่นเอง
"ครับ พี่ซึงฮยอนมีอะไรรึเปล่าครับ?"
"คุณหนูถามหาแน่ะ บอกว่าจะรออยู่ที่รถ อ้าวววววว" ไปแล้วครับ ไม่ต้องรอให้จบประโยค สมองผมก็สั่งการให้รีบวิ่งออกไปทันที
เรื่องหนักใจพักไว้ก่อน เรื่องคุณหนูต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอละนะ
"แฮ่กๆๆๆ คุณหนู มีอะไรครับ" ระยะทางไม่ไกล แต่วิ่งมาแบบเต็มกำลัง ผลคือผมหอบแทบแย่
"คุณหนูครับ" ผมเรียกย้ำอีกที เพราะดูท่าทางคุณหนูไม่รับรู้ถึงการมาถึงของผมเลย ดูคุณหนูเหม่อแปลกๆ
"อ่ะ พี่จียง... โทษทีฮ่ะ ซึงรีคิดอะไรเพลินๆนะ"
"ครับ...คุณหนูถามหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ
"อ่อ ซึงรีจะชวนพี่จียงไปซื้อของที่ห้างกัน"
"ครับ ขึ้นรถเลยครับ" รับคำปุ๊บผมกับคุณหนูก็ขึ้นรถ และก็เหมือนเดิม คุณหนูนั่งหน้าคู่กับผม ผมละดีใจในความไม่ถือตัวของคุณหนูจนลืมเรื่องดูตัวไปอย่างรวดเร็ว^^
"อ่ะ ถึงแล้ว" พอมองเห็นตัวห้าง คุณหนูก็ดูสดใสร่าเริงขึ้นทันที วันนี้วันหยุดคุณหนูเลยอยากออกมาเที่ยวละมั้งนะ ผมแอบคิดอยู่ในใจขณะที่มองคุณหนูกำลังยิ้มร่า
"พี่จียง ไปกินไอติมกัน" ว่าแล้ว ผมก็เดินคนตัวเล็กลากตัวปลิวไปที่ร้านไอศครีมอย่างรวดเร็ว
"เอาช๊อคโกแลตซันเดย์ฮ่ะ"
"สองเลยครับ" ผมสั่งตามคุณหนูแบบขี้เกียจคิด ก่อนที่จะเดินตามคุณหนูไปนั่งที่โต๊ะว่าง
รอเพียงสิบนาทีไอศครีมก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ไอศครีมที่คุณหนูอยากทานมากมาย แต่ทำไมคุณหนูถึงไม่ยอมขยับมือ
ดูเหมือนคุณหนูมีอะไรในใจอีกแล้ว ผมคิดอย่างเป็นห่วง
"ว้า ดูท่าคุณหนูไม่อยากกิน งั้นพี่จียงขอเชอร์รี่นะ" ว่าแล้วผมก็หยิบเชอร์รี่สีแดงสด ใส่ปากตัวเอง ก่อนจะทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่คุณหนู
ได้ผลครับ คุณหนูทำหน้ายู่ใส่ผม ก่อนจะโวยวายนิดหน่อย
"อ่ะ เชอร์รี่ของซึงรีนะ... พี่จียงใจร้ายยยยย"
"ก็ผมเห็นคุณหนูทำท่าเหมือนไม่อยากกินนี่นา มีเรื่องไม่สบายใจอีกแล้วเหรอ" นี่พี่จียงเป็นห่วงมากนะเนี่ย
"นิดหน่อยฮ่ะ แต่ว่าใครบอกว่าซึงรีไม่อยากกิน เอาเชอร์รี่คืนซึงรีมาเลย"
"ไม่เอาอ่ะ คุณหนูไปสั่งใหม่สิ" ผมแกล้งกวนคุณหนูเล่น แหมเห็นคุณหนูทำหน้าฟึดฟัดขัดใจแล้วมันรู้สึกดีจริงๆ มันไม่ได้เห็นกันบ่อยๆนี่นะ
"สั่งทำไม ของพี่จียงยังไม่ได้กินเลยนิ เอามาแลกกันเลยนะ"
"ครับๆ พี่จียงแกล้งคุณหนูเล่นๆหรอก อะ เชอร์รี่" ว่าจบผมก็ตักเชอร์รี่ของตัวเองยื่นไปข้างหน้ารอให้คุณหนูเอาถ้วยไอศครีมมารับไป
"อ่ะ!" เสียงคุณหนู
"เอ๊ะ!" เสียงผม
"เมื่อกี้แทนตัวว่าอะไรนะฮ่ะ"
"ครับ... ผมเหรอ... อ่ะ... พ่ะ... พี่จียง" ตายละ ผมหลุดแทนตัวเองไปแบบนั้นได้ไง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ผมนึกในใจว่าคุณหนูคงไม่ชอบใจแน่ๆ
แต่คุณหนูของผมกลับทำตรงกันข้าม "แทนตัวเองว่าพี่จียงดีกว่านะฮ่ะ ซึงรีว่าแทนด้วยผมมันดูห่างเหินจะตายไป" พูดจบคุณหนูก็ยื่นหน้ามางาบเชอร์รี่ไปจากช้อนผมพร้อมกับยิ้มโชว์เขี้ยวทั้งๆที่ยังคาบช้อนไว้ให้ผมทีหนึ่ง
สภาพตอนนี้เลยเหมือนกับผมกำลังป้อนเชอร์รี่ให้คุณหนู ก่อนที่คุณหนูจะปล่อยช้อนไปนั่งเคี้ยวเชอร์รี่สบายใจอยู่ตรงข้ามผม
แล้วไอ้คนที่ไม่สบายใจเลยกลายเป็นผมแทน ในใจมันผุดประโยคใหม่ขึ้นมา เหมือนผมกำลังสะกดจิตตัวเองยังงัยยังงั้น
'เมื่อกี้ปากคุณหนูโดนช้อน จูบทางอ้อม จูบทางอ้อม' ใจก็คิดไป ตาก็มองช้อนไป
'จูบทางอ้อม จูบทางอ้อม' โฮกก ผมพยายามสลัดเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในหัว แต่มันก็ยังไม่หายไปสักที
ควอนจียงไม่อยากกินไอติมต่อแล้ว อยากจะขโมยช้อนกลับบ้าน แต่กลัวโดนจับครับ
แต่ไม่กินก็คงไม่ได้ เดี๋ยวคุณหนูจะสงสัย ผมเลยจำใจตักไอติมขึ้นมาคำหนึ่ง ก่อนจะส่งเข้าไปในปาก เข้าไปพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นโครมๆ
'อ๊ากกกกก จูบคุณหนูไปแล้ว' ควอนจียงกำลังเพ้อคนเดียวในใจอย่างบ้าคลั่ง (แบบไม่แสดงออกนะ) ณ เวลานั้น ผมอยากจะโก่งคอพ่นไฟซะจริงๆเลยละ โฮกกกก ปลาบปลื้มเหมือนได้จูบจริง
"พี่จียง ไอติมไม่อร่อยเหรอ" คุณหนูถามด้วยเสียงใสๆก่อนที่จะจ้วงช้อนของตัวเองมาที่ไอติมผม
แน่ะ ทำอย่างนี้มีรึจียงจะยอม ผมก็เลยจ้วงกลับบ้าง เราสองคนเลยเปิดศึกแข่งกินไอติมกันอย่างสนุกสนาน
"555 ซึงรีกินหมดก่อน ไอติมของพี่จียงอร่อยกว่าของซึงรีอีก"
"มันจะเป็นไปได้ยังไงละครับคุณหนู ไอติมของพี่กับของคุณหนูรสชาติเดียวกันเป๊ะเลยนะ" ผมเถียงกลับแบบหยอกๆ ก่อนจะนั่งมองคุณหนูกินของตัวเองต่ออย่างมีความสุข
คุณหนูจะรู้บ้างมั้ยว่าตัวเองมีอิทธิพลทางใจกับผมแค่ไหน วินาทีนี้ผมกินไอติมไป ปลาบปลื้มไป สุขใดจะปาน
หลังจากกินไอติมเสร็จ คุณหนูก็ลากผมไปชั้นเสื้อผ้า คนตัวเล็กหยิบตัวโน้นที ตัวนี้ทีมาลองทาบที่ตัวผม
ก่อนจะส่งให้ผมไปลอง ผมปฏิเสธแทบตายคุณหนูก็ไม่ฟัง 'พี่จียงเสื้อผ้าน้อยจะตาย รึไม่จริง' เถียงไม่ออกเลยครับ
'ตัวนี้เหมาะกับพี่จียง อ่ะ...'พูดพลางยื่นเสื้อผ้าที่เห็นว่าเหมาะกับผมมาให้ ผมเลยต้องจำใจรับเสื้อผ้ามาลองแต่โดยดี
"เป็นไงครับ?"
"ทำแปลก ก็ดูดีนะสิ ซึงรีเลือกซะอย่าง" หมั่นเขี้ยวครับ จะน่ารักไปไหน
"ใครบอก ดูดีเพราะคนใส่ต่างหาก"
"อะไร เพราะซึงรีเลือกหรอก ฮึมมมม" ดูทำท่างอนเข้า โอยยยย หัวใจควอนจียงกำลังละลาย
"เอาตัวนี้นะ เดี๋ยวซึงรีไปจ่ายเงินก่อน" ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินตัวปลิวไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน
สรุปวันนี้ ผมต้องหอบหิ้วถุงผ้าทั้งของตัวเองและของคุณหนูห้าหกถุง
ก่อนจะกลับบ้านด้วยความสุขล้นปรี่ หน้าบานจนพี่ซึงฮยอนยังสงสัย
เอ๊ะ!!! เหมือนผมลืมเรื่องสำคัญไปสักอย่างเลยแหะ เออ ช่างเหอะ ตอนนี้ผมกำลังมีความสุข ^^
แกร๊ก... แอ๊ดดดดด กลางดึกที่เงียบสะงัด เสียงประตูดังขึ้น พร้อมประตูห้องที่เปิดออกช้าๆ แต่คนไม่มี เอาแล้วไง ควอนจียงกำลังจะมีประสบการณ์โดนผีหลอกครั้งแรกในชีวิต
เฮื้อกกก... จู่ๆก็มีกลุ่มผมสีดำโผล่พรวดมาที่ขอบประตู ตากลมๆแต่ใต้ตาดำๆมองจ้องมาที่ผมเหมือนกำลังรอดูว่าเจ้าของห้องหลับไปรึยัง
เฮ้อออออ ไม่ใช่ใครที่ไหน คูณหนูซึงรีนะเอง ด้วยความมืดคุณหนูจึงไม่รู้ว่าผมตื่นอยู่และกำลังมองการกระทำของคุณหนูอย่างตั้งใจ
คุณหนูเหลียวซ้ายแลขวาอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าผมน่าจะหลับแล้วจึงค่อยๆย่องเข้ามาในห้องเดินมาที่เตียง
จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดผ้าห่มขึ้นมาก่อนจะสอดตัวบางๆของตัวเองเข้ามานอนข้างๆผมอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมอ่อนๆ กับความร้อนที่สัมผัสได้
ทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ และมันก็ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์สมัยที่ผมเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ใหม่ๆ เหตุการณ์คล้ายกันเด๊ะ
"คุณหนูๆ คุณหนูซึงรี" "ซึงรีลูก ซึงรี" "คุณหนูครับบบบบบ หายไปไหนเนี่ย"
เสียงตะโกนเอะอะ แต่เช้า ทำให้ผมต้องยันตัวเองขึ้นมาจากเตียงเพื่อดูว่าเกิดอะไรชึ้นอย่างทุลักทุเล เนื่องจากบาดแผลยังไม่หายดี
ก่อนที่พี่ซึงฮยอนจะเปิดประตูเข้ามาถาม "เห็นคุณหนูบ้างมั้ย? จียง" เอ๊ะ คุณหนู เจ้าตัวเล็กนะเหรอ "ไม่เห็นครับ"
ผมตอบไปตามตรงเพราะไม่เห็นคุณหนูจริงๆ ท่าทางเจ้าตัวเล็กจะหายตัวไป สงสัยคงจะไปเล่นซนที่ไหนละมั้ง คิดได้ดังนั้นผมจึงล้มตัวลงกับที่นอน
กะว่าจะหลับอีกสักงีบ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างเป็นก้อนกลมๆที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ข้างๆที่ผมนอน ลางสังหรณ์ผมเริ่มบอกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังตามหา
และมันก็เป็นจริงดังว่า คุณหนูซึงรีนอนขดกลมอยู่ใต้ผ้าห่ม ด้วยท่าทางน่าเอ็นดู จึงผมเผลอยื่นมือออกไปหยิกแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว 'มาได้ไงละเจ้านี่'
ก่อนจะเดินออกไปบอกทุกคนว่าคุณหนูอยู่ที่ห้อง ไม่ต้องตามหาแล้ว สร้างความโล่งใจให้คนในบ้านเป็นอย่างมาก
จากนั้นคุณซุนมีก็มาอุ้มเจ้าตัวเล็กกลับห้องตัวเองไป ส่วนเหตุผลที่คุณหนูมานอนห้องผมทำไมนั่นผมไม่รู้เหมือนกัน
รู้แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานหรือพูดได้ว่า ห่างไปเพียงสองสามวัน ผมตกใจกับการก็เจอก้อนกลมๆบนเตียงอีกครั้ง และอีกหลายๆครั้งตามมา
ไม่รู้เข้ามาตอนไหน ไม่รู้ว่าเข้ามาทำไม แล้วทำไมต้องแอบเข้ามา เป็นปัญหาที่ชวนขบคิดอยู่พักหนึ่ง
จนวันหนึ่งผมตัดสินใจจะนอนรอการมาของคุณหนู ก็คนมันอยากรู้นะว่ามาได้ยังไง
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเงาตะคุ่มเล็กหลังประตู ที่เปิดค้างอยู่พักใหญ่คล้ายกับว่าต้องการดูให้แน่ใจว่าเจ้าของห้องหลับแล้วจริงๆ
ผมนอนหันหน้าเข้าหาประตูและแอบๆลืมตาขึ้นนิดๆ กอปรกับแสงไฟอันน้อยนิดจากด้านนอกทำให้คุณหนูไม่รู้ว่าผมกำลังนอนมองอยู่
เมื่อแน่ใจแล้ว คุณหนูก็เดินย่องเข้ามาที่เตียง ก่อนจะพยายามปีนเตียงที่เตี้ยกว่าตัวเองไม่มากนักอย่างทุลักทุเล จนผมเผลอหัวเราะคิกออกมา
เสียงหัวเราะของผมยังผลให้คุณหนูสะดุ้งเฮือกสุดตัว ก่อนจะหยุดนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่ขอบเตียง ผมมองดูอย่างตลกขบขัน ก่อนจะเห็นคุณหนูค่อยๆมุดลงไปใต้ผ้าห่ม นอนตะแคงข้างหันหลังให้ผม
"ราตรีสวัสดิ์ฮ่ะ พี่จียง ฝันดีน้า..." เหหหหหห คุณหนูกล่าวราตรีสวัสดิ์กับผมด้วย โอ้ยยยยย ผมอยากจับเค้ามากอดจริงๆ นี่คุณหนูต้องพูดประโยคนี้กับผมทุกคืนที่เข้ามานอนแน่ๆ
ผมมั่นใจ โอ้ยยยย ผมเสียดายแทนตัวเอง ที่ไม่ยอมรอฟัง หลังจากนั้นผมก็นอนรอฟังประโยคนี้ทุกคืน จนถึงวันที่คุณท่านซุนมีสั่งห้ามคุณหนูเด็ดขาดนั่นละ ผมถึงต้องนอนคนเดียวเหมือนเดิม
"พี่จียง..." เสียงเรียกแผ่วเบา ที่ไม่ได้ต้องการจะให้เจ้าของชื่อขานรับ แฝงไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"ครับ..." รู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูไม่ได้เรียก แต่ผมก็ตอบกลับไป กะจะให้คุณหนูตกใจเล่น แล้วก็ได้ผลด้วย
"เอ๋... พี่จียง!!! ยะ ยังไม่หลับเหรอครับ"
"ถ้าหลับก็เสียดายแย่สิ อดแอบเห็นคนบางคนแอบย่องขึ้นเตียงพี่กันพอดี"
"โธ่... พี่จียงนะ แกล้งหลับหรอกเหรอ........... นอนด้วยนะ" 55+ จะขอทำไมละเนี่ย ทั้งๆที่ตัวเองขึ้นมานอนเรียบร้อยแล้ว ผมนึกขันอยู่ในใจ
"ได้แน่นอนอยู่แล้วครับ นอนเถอะ...ดึกแล้ว" บรรยากาศเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด คุณหนูคงจะหลับไปแล้ว แต่ผมหลับไม่ลงหรอก คนที่ชอบมานอนอยู่ข้างๆ จะให้หลับลงได้ยังไง
"พี่จียง หลับรึยัง" จู่ๆคุณหนูก็ถามขึ้น
"ยังครับ คุณหนูวันนี้มีเรื่องไม่สบายใจสินะครับ เล่าให้พี่จียงฟังได้มั้ย"
"พี่จียง จะไปดูตัวรึเปล่าครับ" เอ๊ะ ดูตัว อ๊ากกกกกกกก ผมลืมเรื่องดูตัวไปซะสนิท
"คุณหนูรู้ได้ยังไงครับเนี่ย? พี่จียงเองยังลืมไปแล้วนะ" ลืมจริงนะเนี่ย ผมเนี่ย
"พี่ซึงฮยอนบอกครับ" อ้อ พี่ซึงอยอนนี่เอง "แล้วตกลงไปรึเปล่าครับ" คุณหนูถามย้ำขึ้น
"ไปครับ คิดว่าคงต้องไป ไม่ไปคุณท่านอาจจะเสียผู้ใหญ่ได้" ผมตอบไปตามตรง
"เหรอ พี่จียงจะไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับซึงรีแล้วสินะ" เสียงคุณหนูพึมพำอยู่ในคอ แต่ผมพอจะจับน้ำเสียงของคุณหนูได้ น้ำเสียงเศร้า
ทำให้ผมอยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเหลือเกินว่าคุณหนูไม่อยากให้ผมจากไป
"เออ จริงสิ...เมื่อก่อนทำไมคุณหนูชอบแอบมานอนห้องพี่เหรอ" ผมรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ดูอึมครึม
"หืม ตะตอนนั้น...ฟ้าร้อง ซึงรีกลัว ละมั้งนะ" เอ๊ะ ทำไมต้อง 'ละมั้งนะ' ผมเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะถามแกล้งกลับ
"แต่วันนี้ฝนไม่ตก ฟ้าไม่ร้องนิครับ"
"เห พี่จียงไม่อยากให้ซึงรีมานอนด้วยหละ" คุณหนูตัดพ้อผมก่อนจะลุกพรวดขึ้นด้วยความน้อยใจ จนผมต้องยื่นมือออกไปรั้งเอวบางๆกลับลงมาที่เตียง
แต่คงจะดึงแรงไปหน่อย คุณหนูเลยลงมานอนทับผมแทน อ๊ากกกกก หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากตัว ผมกับคุณหนูจ้องตากันด้วยความขัดเขินอยู่พักใหญ่
ก่อนที่คุณหนูจะพลิกตัวลงไปนอนที่ตำแหน่งเดิม ในขณะที่มือผมก็ยังโอบอยู่ที่เดิม ไม่ยอมปล่อย (นานๆที ขอซะหน่อย^^)
"รั้งซึงรีทำไมหล่ะ ไม่อยากให้นอนด้วยไม่ใช่เหรอ" แน่ะ ยังไม่หายงอน
"ใครบอกหล่ะ พี่จียงแค่ล้อเล่น" ผมยังคงกอดคุณหนูไว้เหมือนเดิม เพราะคุณหนูดูไม่มีท่าทีรังเกียจ คุณหนูคงคิดว่าผมต้องเป็นพวกฉวยโอกาสแน่เลย
แต่ก็นะ โอกาสอย่างนี้มันหายากนี่นา ผมก็ต้องคว้าไว้สิ
"กอดหน่อยนะ?" แกล้งถามออกไป ทั้งๆที่ใจบอกว่าถึงคุณหนูไม่อนุญาตก็จะกอด
"อุ่นจัง..." โฮกกกกกกก คุณหนูครับ กำลังยั่วผมใช่มั้ยเนี่ย ไม่ได้ๆ สงบจิตสงบใจก่อนควอนจียง ผมว่าผมคงต้องรับข่มตาให้หลับแล้วละ ก่อนเรื่องจะเลยเถิด
"อย่าไปได้มั้ย..."
"ครับ?"
"เอ่อ ไม่มีอะไรฮ่ะ ราตรีสวัสดิ์ฮ่ะ พี่จียง ฝันดีนะครับ..."
2bcon.