[FICY] I Only See You {part.3}

posted on 23 Nov 2008 18:51 by nootapao

ตั้งแต่วันที่ไอ้หมอนั่น ทง ยองแบ เลิกยุ่งกับคุณหนูของผม วันคืนก็ผ่านไปแบบสงบเรียบร้อยดี
ผมเองก็ใช้ชีวิตตามปกติ นั่นคือไปรับไปส่งคุณหนู คอยดูแลคุณหนู
จนถึงวันนี้ที่จู่ๆ พี่ซึงฮยอนก็เดินมาเรียกผม บอกว่าคุณท่านเรียกพบ ให้ไปหาที่ห้องหนังสือด่วน
ผมจึงต้องเข้าไปพบท่านโดยหารู้ตัวไม่ว่าเรื่องหนักใจกำลังจะมาเยือนอีกครั้ง


"จียง ตอนนี้นายก็อายุพอสมควรแล้วนะ"
"ครับ?" เสียงคุณท่านเอยขึ้นมาเรียบๆ ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าเรื่องคราวนี้จะเป็นอะไร
ผมจึงทำได้แค่ยืนนิ่ง รอฟังอย่างตั้งใจ
"สนใจจะดูตัวมั้ย?" อึ้งครับ ผมทำได้เพียงอึ้งในขณะที่ท่านยังคงพูดต่อ
"ลูกสาวเพื่อนชั้นเค้าอายุพอๆกับนาย การศึกษาดี หน้าตาก็ดี ชั้นก็เลยจะทาบทามให้นาย" คุณท่านคงจะเห็นผมทำสีหน้างงงวยอย่างหนัก 
จึงสำทับเพิ่ม "อย่าลืมเสียหล่ะ ชั้นไม่ได้รับนายมาเป็นคนใช้ ชั้นอยากให้นายได้สิ่งดีๆในชีวิต พอๆกับลูกชั้นนะ" คุณท่านพูดขึ้นแค่นี้ผมก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว ผมคิดทบทวนอยู่ในใจ
"นายยังไม่มีผู้หญิงที่ชอบพอใช่มั้ย?" เอื้อก... ผู้หญิงที่ชอบ ใช่ยังไม่มี ผมเลยพยักหน้าหงึกหงักไปแบบใจลอยๆไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
จะปฏิเสธเลยก็คงจะดูไม่ดี คุณท่านดีกับผมขนาดนี้ จะบอกไปตรงๆว่าผมชอบลูกชายท่านก็คงจะไม่ได้ อ๊าาาาาาา ควอนจียงจะทำยังไงดี
"ดูนายจะยังตั้งตัวไม่ทันนะจียง ชั้นให้เวลานายไปคิดสักคืนแล้วกัน"
"ครับ ขอตัวครับ" ผมโค้งให้คุณท่าน ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยสภาพสับสนในชีวิตสุดๆ
"จียง" เสียงเรียกหนักๆไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ซึงฮยอนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้องหนังสือนั่นเอง
"ครับ พี่ซึงฮยอนมีอะไรรึเปล่าครับ?"
"คุณหนูถามหาแน่ะ บอกว่าจะรออยู่ที่รถ อ้าวววววว" ไปแล้วครับ ไม่ต้องรอให้จบประโยค สมองผมก็สั่งการให้รีบวิ่งออกไปทันที
เรื่องหนักใจพักไว้ก่อน เรื่องคุณหนูต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอละนะ

"แฮ่กๆๆๆ  คุณหนู มีอะไรครับ" ระยะทางไม่ไกล แต่วิ่งมาแบบเต็มกำลัง ผลคือผมหอบแทบแย่
"คุณหนูครับ" ผมเรียกย้ำอีกที เพราะดูท่าทางคุณหนูไม่รับรู้ถึงการมาถึงของผมเลย ดูคุณหนูเหม่อแปลกๆ
"อ่ะ พี่จียง... โทษทีฮ่ะ ซึงรีคิดอะไรเพลินๆนะ"
"ครับ...คุณหนูถามหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ
"อ่อ ซึงรีจะชวนพี่จียงไปซื้อของที่ห้างกัน"
"ครับ ขึ้นรถเลยครับ" รับคำปุ๊บผมกับคุณหนูก็ขึ้นรถ และก็เหมือนเดิม คุณหนูนั่งหน้าคู่กับผม ผมละดีใจในความไม่ถือตัวของคุณหนูจนลืมเรื่องดูตัวไปอย่างรวดเร็ว^^

"อ่ะ ถึงแล้ว" พอมองเห็นตัวห้าง คุณหนูก็ดูสดใสร่าเริงขึ้นทันที วันนี้วันหยุดคุณหนูเลยอยากออกมาเที่ยวละมั้งนะ ผมแอบคิดอยู่ในใจขณะที่มองคุณหนูกำลังยิ้มร่า
"พี่จียง ไปกินไอติมกัน" ว่าแล้ว ผมก็เดินคนตัวเล็กลากตัวปลิวไปที่ร้านไอศครีมอย่างรวดเร็ว
"เอาช๊อคโกแลตซันเดย์ฮ่ะ"
"สองเลยครับ" ผมสั่งตามคุณหนูแบบขี้เกียจคิด ก่อนที่จะเดินตามคุณหนูไปนั่งที่โต๊ะว่าง
รอเพียงสิบนาทีไอศครีมก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ไอศครีมที่คุณหนูอยากทานมากมาย แต่ทำไมคุณหนูถึงไม่ยอมขยับมือ
ดูเหมือนคุณหนูมีอะไรในใจอีกแล้ว ผมคิดอย่างเป็นห่วง

"ว้า ดูท่าคุณหนูไม่อยากกิน งั้นพี่จียงขอเชอร์รี่นะ" ว่าแล้วผมก็หยิบเชอร์รี่สีแดงสด ใส่ปากตัวเอง ก่อนจะทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่คุณหนู
ได้ผลครับ คุณหนูทำหน้ายู่ใส่ผม ก่อนจะโวยวายนิดหน่อย
"อ่ะ เชอร์รี่ของซึงรีนะ... พี่จียงใจร้ายยยยย"
"ก็ผมเห็นคุณหนูทำท่าเหมือนไม่อยากกินนี่นา มีเรื่องไม่สบายใจอีกแล้วเหรอ" นี่พี่จียงเป็นห่วงมากนะเนี่ย
"นิดหน่อยฮ่ะ แต่ว่าใครบอกว่าซึงรีไม่อยากกิน เอาเชอร์รี่คืนซึงรีมาเลย"
"ไม่เอาอ่ะ คุณหนูไปสั่งใหม่สิ" ผมแกล้งกวนคุณหนูเล่น แหมเห็นคุณหนูทำหน้าฟึดฟัดขัดใจแล้วมันรู้สึกดีจริงๆ มันไม่ได้เห็นกันบ่อยๆนี่นะ
"สั่งทำไม ของพี่จียงยังไม่ได้กินเลยนิ เอามาแลกกันเลยนะ"
"ครับๆ พี่จียงแกล้งคุณหนูเล่นๆหรอก อะ เชอร์รี่" ว่าจบผมก็ตักเชอร์รี่ของตัวเองยื่นไปข้างหน้ารอให้คุณหนูเอาถ้วยไอศครีมมารับไป
"อ่ะ!" เสียงคุณหนู
"เอ๊ะ!" เสียงผม
"เมื่อกี้แทนตัวว่าอะไรนะฮ่ะ"
"ครับ... ผมเหรอ... อ่ะ... พ่ะ... พี่จียง" ตายละ ผมหลุดแทนตัวเองไปแบบนั้นได้ไง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ผมนึกในใจว่าคุณหนูคงไม่ชอบใจแน่ๆ
แต่คุณหนูของผมกลับทำตรงกันข้าม "แทนตัวเองว่าพี่จียงดีกว่านะฮ่ะ ซึงรีว่าแทนด้วยผมมันดูห่างเหินจะตายไป" พูดจบคุณหนูก็ยื่นหน้ามางาบเชอร์รี่ไปจากช้อนผมพร้อมกับยิ้มโชว์เขี้ยวทั้งๆที่ยังคาบช้อนไว้ให้ผมทีหนึ่ง
สภาพตอนนี้เลยเหมือนกับผมกำลังป้อนเชอร์รี่ให้คุณหนู ก่อนที่คุณหนูจะปล่อยช้อนไปนั่งเคี้ยวเชอร์รี่สบายใจอยู่ตรงข้ามผม 
แล้วไอ้คนที่ไม่สบายใจเลยกลายเป็นผมแทน ในใจมันผุดประโยคใหม่ขึ้นมา เหมือนผมกำลังสะกดจิตตัวเองยังงัยยังงั้น
'เมื่อกี้ปากคุณหนูโดนช้อน จูบทางอ้อม จูบทางอ้อม' ใจก็คิดไป ตาก็มองช้อนไป
'จูบทางอ้อม จูบทางอ้อม' โฮกก ผมพยายามสลัดเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในหัว แต่มันก็ยังไม่หายไปสักที
ควอนจียงไม่อยากกินไอติมต่อแล้ว อยากจะขโมยช้อนกลับบ้าน แต่กลัวโดนจับครับ
แต่ไม่กินก็คงไม่ได้ เดี๋ยวคุณหนูจะสงสัย ผมเลยจำใจตักไอติมขึ้นมาคำหนึ่ง ก่อนจะส่งเข้าไปในปาก เข้าไปพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นโครมๆ
'อ๊ากกกกก จูบคุณหนูไปแล้ว' ควอนจียงกำลังเพ้อคนเดียวในใจอย่างบ้าคลั่ง (แบบไม่แสดงออกนะ)  ณ เวลานั้น ผมอยากจะโก่งคอพ่นไฟซะจริงๆเลยละ โฮกกกก ปลาบปลื้มเหมือนได้จูบจริง
"พี่จียง ไอติมไม่อร่อยเหรอ" คุณหนูถามด้วยเสียงใสๆก่อนที่จะจ้วงช้อนของตัวเองมาที่ไอติมผม
แน่ะ ทำอย่างนี้มีรึจียงจะยอม ผมก็เลยจ้วงกลับบ้าง เราสองคนเลยเปิดศึกแข่งกินไอติมกันอย่างสนุกสนาน
"555 ซึงรีกินหมดก่อน ไอติมของพี่จียงอร่อยกว่าของซึงรีอีก"
"มันจะเป็นไปได้ยังไงละครับคุณหนู ไอติมของพี่กับของคุณหนูรสชาติเดียวกันเป๊ะเลยนะ" ผมเถียงกลับแบบหยอกๆ ก่อนจะนั่งมองคุณหนูกินของตัวเองต่ออย่างมีความสุข
คุณหนูจะรู้บ้างมั้ยว่าตัวเองมีอิทธิพลทางใจกับผมแค่ไหน วินาทีนี้ผมกินไอติมไป ปลาบปลื้มไป สุขใดจะปาน

หลังจากกินไอติมเสร็จ คุณหนูก็ลากผมไปชั้นเสื้อผ้า คนตัวเล็กหยิบตัวโน้นที ตัวนี้ทีมาลองทาบที่ตัวผม
ก่อนจะส่งให้ผมไปลอง ผมปฏิเสธแทบตายคุณหนูก็ไม่ฟัง 'พี่จียงเสื้อผ้าน้อยจะตาย รึไม่จริง' เถียงไม่ออกเลยครับ
'ตัวนี้เหมาะกับพี่จียง อ่ะ...'พูดพลางยื่นเสื้อผ้าที่เห็นว่าเหมาะกับผมมาให้ ผมเลยต้องจำใจรับเสื้อผ้ามาลองแต่โดยดี
"เป็นไงครับ?"
"ทำแปลก ก็ดูดีนะสิ ซึงรีเลือกซะอย่าง" หมั่นเขี้ยวครับ จะน่ารักไปไหน
"ใครบอก ดูดีเพราะคนใส่ต่างหาก"
"อะไร เพราะซึงรีเลือกหรอก ฮึมมมม" ดูทำท่างอนเข้า โอยยยย หัวใจควอนจียงกำลังละลาย
"เอาตัวนี้นะ เดี๋ยวซึงรีไปจ่ายเงินก่อน" ว่าแล้วคนตัวเล็กก็เดินตัวปลิวไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน
สรุปวันนี้ ผมต้องหอบหิ้วถุงผ้าทั้งของตัวเองและของคุณหนูห้าหกถุง
ก่อนจะกลับบ้านด้วยความสุขล้นปรี่ หน้าบานจนพี่ซึงฮยอนยังสงสัย
เอ๊ะ!!! เหมือนผมลืมเรื่องสำคัญไปสักอย่างเลยแหะ เออ ช่างเหอะ ตอนนี้ผมกำลังมีความสุข ^^


แกร๊ก... แอ๊ดดดดด กลางดึกที่เงียบสะงัด เสียงประตูดังขึ้น พร้อมประตูห้องที่เปิดออกช้าๆ แต่คนไม่มี เอาแล้วไง ควอนจียงกำลังจะมีประสบการณ์โดนผีหลอกครั้งแรกในชีวิต
เฮื้อกกก... จู่ๆก็มีกลุ่มผมสีดำโผล่พรวดมาที่ขอบประตู ตากลมๆแต่ใต้ตาดำๆมองจ้องมาที่ผมเหมือนกำลังรอดูว่าเจ้าของห้องหลับไปรึยัง
เฮ้อออออ ไม่ใช่ใครที่ไหน คูณหนูซึงรีนะเอง ด้วยความมืดคุณหนูจึงไม่รู้ว่าผมตื่นอยู่และกำลังมองการกระทำของคุณหนูอย่างตั้งใจ
คุณหนูเหลียวซ้ายแลขวาอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าผมน่าจะหลับแล้วจึงค่อยๆย่องเข้ามาในห้องเดินมาที่เตียง
จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดผ้าห่มขึ้นมาก่อนจะสอดตัวบางๆของตัวเองเข้ามานอนข้างๆผมอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมอ่อนๆ กับความร้อนที่สัมผัสได้
ทำให้ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ และมันก็ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์สมัยที่ผมเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ใหม่ๆ เหตุการณ์คล้ายกันเด๊ะ

"คุณหนูๆ คุณหนูซึงรี" "ซึงรีลูก ซึงรี" "คุณหนูครับบบบบบ หายไปไหนเนี่ย"
เสียงตะโกนเอะอะ แต่เช้า ทำให้ผมต้องยันตัวเองขึ้นมาจากเตียงเพื่อดูว่าเกิดอะไรชึ้นอย่างทุลักทุเล เนื่องจากบาดแผลยังไม่หายดี
ก่อนที่พี่ซึงฮยอนจะเปิดประตูเข้ามาถาม "เห็นคุณหนูบ้างมั้ย? จียง" เอ๊ะ คุณหนู เจ้าตัวเล็กนะเหรอ "ไม่เห็นครับ"
ผมตอบไปตามตรงเพราะไม่เห็นคุณหนูจริงๆ ท่าทางเจ้าตัวเล็กจะหายตัวไป สงสัยคงจะไปเล่นซนที่ไหนละมั้ง คิดได้ดังนั้นผมจึงล้มตัวลงกับที่นอน
กะว่าจะหลับอีกสักงีบ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างเป็นก้อนกลมๆที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ข้างๆที่ผมนอน ลางสังหรณ์ผมเริ่มบอกว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังตามหา
และมันก็เป็นจริงดังว่า คุณหนูซึงรีนอนขดกลมอยู่ใต้ผ้าห่ม ด้วยท่าทางน่าเอ็นดู จึงผมเผลอยื่นมือออกไปหยิกแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว 'มาได้ไงละเจ้านี่'
ก่อนจะเดินออกไปบอกทุกคนว่าคุณหนูอยู่ที่ห้อง ไม่ต้องตามหาแล้ว สร้างความโล่งใจให้คนในบ้านเป็นอย่างมาก
จากนั้นคุณซุนมีก็มาอุ้มเจ้าตัวเล็กกลับห้องตัวเองไป ส่วนเหตุผลที่คุณหนูมานอนห้องผมทำไมนั่นผมไม่รู้เหมือนกัน
รู้แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานหรือพูดได้ว่า ห่างไปเพียงสองสามวัน ผมตกใจกับการก็เจอก้อนกลมๆบนเตียงอีกครั้ง และอีกหลายๆครั้งตามมา
ไม่รู้เข้ามาตอนไหน ไม่รู้ว่าเข้ามาทำไม แล้วทำไมต้องแอบเข้ามา เป็นปัญหาที่ชวนขบคิดอยู่พักหนึ่ง
จนวันหนึ่งผมตัดสินใจจะนอนรอการมาของคุณหนู ก็คนมันอยากรู้นะว่ามาได้ยังไง
เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมๆกับเงาตะคุ่มเล็กหลังประตู ที่เปิดค้างอยู่พักใหญ่คล้ายกับว่าต้องการดูให้แน่ใจว่าเจ้าของห้องหลับแล้วจริงๆ
ผมนอนหันหน้าเข้าหาประตูและแอบๆลืมตาขึ้นนิดๆ กอปรกับแสงไฟอันน้อยนิดจากด้านนอกทำให้คุณหนูไม่รู้ว่าผมกำลังนอนมองอยู่
เมื่อแน่ใจแล้ว คุณหนูก็เดินย่องเข้ามาที่เตียง ก่อนจะพยายามปีนเตียงที่เตี้ยกว่าตัวเองไม่มากนักอย่างทุลักทุเล จนผมเผลอหัวเราะคิกออกมา
เสียงหัวเราะของผมยังผลให้คุณหนูสะดุ้งเฮือกสุดตัว ก่อนจะหยุดนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่ขอบเตียง ผมมองดูอย่างตลกขบขัน ก่อนจะเห็นคุณหนูค่อยๆมุดลงไปใต้ผ้าห่ม นอนตะแคงข้างหันหลังให้ผม
"ราตรีสวัสดิ์ฮ่ะ พี่จียง ฝันดีน้า..." เหหหหหห คุณหนูกล่าวราตรีสวัสดิ์กับผมด้วย โอ้ยยยยย ผมอยากจับเค้ามากอดจริงๆ นี่คุณหนูต้องพูดประโยคนี้กับผมทุกคืนที่เข้ามานอนแน่ๆ
ผมมั่นใจ โอ้ยยยย ผมเสียดายแทนตัวเอง ที่ไม่ยอมรอฟัง หลังจากนั้นผมก็นอนรอฟังประโยคนี้ทุกคืน จนถึงวันที่คุณท่านซุนมีสั่งห้ามคุณหนูเด็ดขาดนั่นละ ผมถึงต้องนอนคนเดียวเหมือนเดิม

"พี่จียง..." เสียงเรียกแผ่วเบา ที่ไม่ได้ต้องการจะให้เจ้าของชื่อขานรับ แฝงไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"ครับ..." รู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูไม่ได้เรียก แต่ผมก็ตอบกลับไป กะจะให้คุณหนูตกใจเล่น แล้วก็ได้ผลด้วย
"เอ๋... พี่จียง!!! ยะ ยังไม่หลับเหรอครับ"
"ถ้าหลับก็เสียดายแย่สิ อดแอบเห็นคนบางคนแอบย่องขึ้นเตียงพี่กันพอดี"
"โธ่... พี่จียงนะ แกล้งหลับหรอกเหรอ........... นอนด้วยนะ" 55+ จะขอทำไมละเนี่ย ทั้งๆที่ตัวเองขึ้นมานอนเรียบร้อยแล้ว ผมนึกขันอยู่ในใจ
"ได้แน่นอนอยู่แล้วครับ นอนเถอะ...ดึกแล้ว" บรรยากาศเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด คุณหนูคงจะหลับไปแล้ว แต่ผมหลับไม่ลงหรอก คนที่ชอบมานอนอยู่ข้างๆ จะให้หลับลงได้ยังไง

"พี่จียง หลับรึยัง" จู่ๆคุณหนูก็ถามขึ้น
"ยังครับ คุณหนูวันนี้มีเรื่องไม่สบายใจสินะครับ เล่าให้พี่จียงฟังได้มั้ย"
"พี่จียง จะไปดูตัวรึเปล่าครับ" เอ๊ะ ดูตัว อ๊ากกกกกกกก ผมลืมเรื่องดูตัวไปซะสนิท
"คุณหนูรู้ได้ยังไงครับเนี่ย? พี่จียงเองยังลืมไปแล้วนะ" ลืมจริงนะเนี่ย ผมเนี่ย
"พี่ซึงฮยอนบอกครับ" อ้อ พี่ซึงอยอนนี่เอง "แล้วตกลงไปรึเปล่าครับ" คุณหนูถามย้ำขึ้น
"ไปครับ คิดว่าคงต้องไป ไม่ไปคุณท่านอาจจะเสียผู้ใหญ่ได้" ผมตอบไปตามตรง
"เหรอ พี่จียงจะไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับซึงรีแล้วสินะ" เสียงคุณหนูพึมพำอยู่ในคอ แต่ผมพอจะจับน้ำเสียงของคุณหนูได้ น้ำเสียงเศร้า
ทำให้ผมอยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเหลือเกินว่าคุณหนูไม่อยากให้ผมจากไป
"เออ จริงสิ...เมื่อก่อนทำไมคุณหนูชอบแอบมานอนห้องพี่เหรอ" ผมรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ดูอึมครึม
"หืม ตะตอนนั้น...ฟ้าร้อง ซึงรีกลัว ละมั้งนะ" เอ๊ะ ทำไมต้อง 'ละมั้งนะ' ผมเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะถามแกล้งกลับ
"แต่วันนี้ฝนไม่ตก ฟ้าไม่ร้องนิครับ"
"เห พี่จียงไม่อยากให้ซึงรีมานอนด้วยหละ" คุณหนูตัดพ้อผมก่อนจะลุกพรวดขึ้นด้วยความน้อยใจ จนผมต้องยื่นมือออกไปรั้งเอวบางๆกลับลงมาที่เตียง
แต่คงจะดึงแรงไปหน่อย คุณหนูเลยลงมานอนทับผมแทน อ๊ากกกกก หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากตัว ผมกับคุณหนูจ้องตากันด้วยความขัดเขินอยู่พักใหญ่
ก่อนที่คุณหนูจะพลิกตัวลงไปนอนที่ตำแหน่งเดิม ในขณะที่มือผมก็ยังโอบอยู่ที่เดิม ไม่ยอมปล่อย (นานๆที ขอซะหน่อย^^)
"รั้งซึงรีทำไมหล่ะ ไม่อยากให้นอนด้วยไม่ใช่เหรอ" แน่ะ ยังไม่หายงอน
"ใครบอกหล่ะ พี่จียงแค่ล้อเล่น" ผมยังคงกอดคุณหนูไว้เหมือนเดิม เพราะคุณหนูดูไม่มีท่าทีรังเกียจ คุณหนูคงคิดว่าผมต้องเป็นพวกฉวยโอกาสแน่เลย
แต่ก็นะ โอกาสอย่างนี้มันหายากนี่นา ผมก็ต้องคว้าไว้สิ
"กอดหน่อยนะ?" แกล้งถามออกไป ทั้งๆที่ใจบอกว่าถึงคุณหนูไม่อนุญาตก็จะกอด
"อุ่นจัง..." โฮกกกกกกก คุณหนูครับ กำลังยั่วผมใช่มั้ยเนี่ย ไม่ได้ๆ สงบจิตสงบใจก่อนควอนจียง ผมว่าผมคงต้องรับข่มตาให้หลับแล้วละ ก่อนเรื่องจะเลยเถิด
"อย่าไปได้มั้ย..."
"ครับ?"
"เอ่อ ไม่มีอะไรฮ่ะ ราตรีสวัสดิ์ฮ่ะ พี่จียง ฝันดีนะครับ..."

 

 

2bcon.

[FICY] I Only See You {part 2}

posted on 29 Oct 2008 01:51 by nootapao

"พี่จียง เปิดเบาๆนะ เดี๋ยวคุณแม่ได้ยิน"
"ครับๆ"

แกร๊ก... เสียงเปิดประตูเบาๆดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้รอดหูของคนที่รออยู่ได้

คุณท่านทั้งสองพร้อมพี่ซึงฮยอน ยืนอยู่ที่เชิงบันได รอคอยการมาของเราสองคน

"ไปไหนกันมา นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว" คุณท่านซุนมีถามด้วยน้ำเสียงโมโหแต่ยังเจือความห่วงใยอยู่ในนั้น

"เอ่อ ซึงรีไปติวหนังสือให้เพื่อนนะฮะ ก็เลยกลับดึก" คุณหนูซึงรีร้องบอกคุณท่าน ก่อนจะโดนถามกลับว่า
ทำไมไม่โทรมาบอกที่บ้านสักคำ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดไปอีก ที่ทำให้คุณหนูเดือดร้อน

"ผมขอโทษครับ ที่ทำหน้าที่บกพร่องและทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง" ผมก้มหัวลงขอโทษคุณท่านที่สองรวมถึงพี่ซึงฮยอนด้วย

"อ่ะ ปะป๊า หม่าม้าอย่าว่าพี่จียงเลยนะฮ่ะ นะฮ่ะ" คุณหนูรีบวิ่งเข้าไปอ้อนคุณท่านทั้งสองด้วยท่าทางที่ใครเห็นเป็นต้องใจอ่อนคุณท่านแจซอกผู้ไม่เคยต้านทานความน่ารักของลูกชายตัวเองได้ยอมปล่อยผมกลับห้องไปพักผ่อน
พร้อมบอกว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ คุณท่านซุนมีเองก็ไม่ว่าอะไรต่อ

"พี่จียง..." คุณหนูเรียกผมขณะที่ผมกำลังจะเข้าห้อง

"ขอโทษครับ"

"ไม่เป็นไรครับ พี่ดีใจซะมากกว่าที่มีคนคอยห่วงว่าทำไมเรากลับดึก ดีกว่าไม่มีใครรอเราอยู่เลยน่ะ" ผมพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไป ก่อนจะเข้าห้องไปด้วยรอยยิ้มวันนี้เป็นวันเกิดที่ดีจริงๆ

 

วันเวลายังคนดำเนินไปเหมือนเช่นทุกวัน หน้าที่ของผมยังคงเหมือนเดิม คือคอยรับส่งคุณหนูไปโรงเรียนหรือธุระอื่นๆที่คุณหนูต้องการ
วันนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่วันนี้ผมต้องไปรับคุณหนูที่บ้านรุ่นพี่ เพราะภารกิจติวหนังสือที่ยังไม่เสร็จสิ้น
เวลาหกโมงครึ่ง ผมขับรถออกไปยังที่หมายเดิม ที่ตอนนี้เริ่มคุ้นตา จอดรอคุณหนูบริเวณใกล้เคียง
และเมื่อถึงเวลา คุณหนูของผมก็จะมาเคาะกระจกพร้อมเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนทุกครั้ง
อ่า~ ผมมีความสุขจังงงงงงงงงง

"อ่ะ ใกล้ได้เวลาแล้ว" ผมพึมพำกับตัวเองแล้วรีบแสร้งทำท่าฮึมฮำร้องเพลงเหมือนไม่สนใจอะไรมากนัก
ผมแอบๆเหลือบมองเห็นคุณหนูกำลังเดินมา แต่วันนี้ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนทุกที คุณหนูซึงรีเดินมาที่รถด้วยท่าทางครุ่นคิด
ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความกังวล และมันก็ฉายออกมาอย่างชัดเจนทางดวงตา
คุณหนูเปิดประตูรถแล้วเข้ามานั่งในรถโดยไม่มีคำทักทาย ผมทำได้เพียงขับรถออกไปเงียบๆ
ผมไม่กล้าถาม ทำได้เพียงรอให้คุณหนูพูดออกมาเอง
ขณะที่ผมกับคุณหนูกำลังจะเข้าบ้านนั่นเอง คุณหนูจึงร้องเรียกผมขึ้นมา

"พี่จียง" คุณหนูเรียกชื่อผมด้วยเสียงเศร้าๆ

"ขอซึงรีปรึกษาอะไรหน่อยสิ" ผมพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะเดินตามคุณหนูไปยังสวนหลังบ้าน
ก่อนที่เราทั้งสองคนจะนั่งลงที่ศาลาสำหรับนั่งพักผ่อน

"คุณหนูมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าครับ ผมเป็นห่วง"

"เอ่อ คือ... ซึงรีถูกพี่แทยังบอกรัก" คุณหนูเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเสียงนั้นมันดังและบาดลึกเข้าไปในแก้วหูผม

"พี่แทยังขอคบกับซึงรี ที่บ้านเค้า ตอนก่อนจะออกมา ซึงรีไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ซึงรีสับสน"

"ซึงรีแอบชื่นชมพี่เค้ามานานแล้วนะ ในสายตาซึงรีพี่เค้าเท่มากๆ"

"แต่ซึงรีไม่มั่นใจ อีกอย่าง เราสองคนเป็นผู้ชายทั้งคู่ มันไม่ถูกต้อง" ประโยคสุดท้ายทำให้ผมลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ
ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว ทิ้งคุณหนูไว้ตรงนั้น เสียงเรียกชื่อผมดังขึ้น แต่สติผมตอนนั้นมันไม่เหลือแล้ว รู้แต่เพียงว่าหัวใจสั่งให้ผมรีบออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
ผมไม่รู้ว่าคุณหนูจะรู้สึกอย่างไรบ้างเหมือนเห็นผมเดินออกมาเฉยๆ ทั้งที่คุณหนูบอกว่าต้องการปรึกษา
'มันเป็นไปไม่ได้จริงๆสินะ ความรักของผม ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก' ผมพูดย้ำกับตัวเองไปมาอยู่ตรงนั้น น้ำตาหยดเล็กๆ หยดลงบนพื้นห้องตอกย้ำความเจ็บปวดที่อยู่ในใจ
จนเวลาล่วงเลยไปประมาณสามชั่วโมง ผมเริ่มรู้สึกว่าผมกำลังจะหายใจไม่ออก ผมต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคน

ผมตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องพี่ซึงฮยอน แสงไฟที่รอดออกมาจากช่องใต้ประตูทำให้รู้ว่าพี่เค้ายังไม่เข้านอน
"พี่ซึงฮยอน... ผมต้องการความช่วยเหลือ"

"แอ๊ดดดด~ เข้ามาสิ มีอะไรรึเปล่า" พี่ซึงฮยอนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใยหลังจากเห็นสภาพผม
ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ซึงฮยอนฟัง

"ผมควรจะทำยังไง ถึงจะไม่ต้องรู้สึกเจ็บอย่างนี้" ผมถามพี่ซึงฮยอนด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
พี่ซึงฮยอนถอนหายใจก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ผมได้คิด

"นายบอกคุณท่านว่ายังไงตอนที่ท่านเรียกนายไปพบเพื่อถามเรื่องที่นายจะทำในอนาคต"

"ผม... บอกท่านไปว่า... อยากจะรับใช้คุณหนู อยากดูแลคุณหนู ผมจะใช้ทั้งชีวิตปกป้องคุณหนู"
"แล้วตอนนี้นายกำลังทำอะไร ในขณะที่คุณหนูกำลังรู้สึกสับสน นายกลับทิ้งคุณหนูมาเพียงเพราะเรื่องตัวเอง"
จริงสิ ผมลืมหน้าที่ของตัวเองได้ยังไง ผมลืมสิ่งที่ผมสัญญากับตัวเองไปได้ยังไง
มันไม่จำเป็นเลยที่คุณหนูจะมารักผม เพราะไม่ว่ายังไงผมก็รักคุณหนูอยู่ดี
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าควรจะทำอย่างไร ผมลาพี่ซึงฮยอนกลับห้องพร้อมกล่าวขอบคุณที่ทำให้ผมคิดได้


เช้าวันนี้ผมตื่นแต่เช้า เพื่อมารอคุยและขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
คุณหนูเดินออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่ไม่ต่างกับเมื่อวาน
"คุณหนู เรื่องเมื่อวานผมขอโทษครับ" ผมพูดขึ้น คุณหนูยิ้มกลับมาน้อยๆ แต่ความกังวลยังไม่หายไปจากแววตา

"ไม่เป็นไรพี่จียง ไปกันเถอะ เดี๋ยวเข้าเรียนสาย" คุณหนูพูดสั้นๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถ

ตอนนี้ผมจอดส่งคุณหนูที่ข้างโรงเรียน แต่คุณหนูยังคงนั่งอยู่ในรถเพราะรั้งคุณหนูไว้เพื่อพูดเรื่องที่เก็บอยู่ในใจ
"คุณหนูครับ สำหรับพี่จียงแล้วความรักคือการให้
ความรักคือ การที่เราอยากเห็นคนที่รักยิ้มได้
ความรักคือ การที่เราอยากให้คนที่รักมีแต่ความสุข
ความรักคือ การที่เราอยากจะคอยดูแลและปกป้องคนที่รัก
ความรักคือ การที่เราอยากจะอยู่เคียงข้างคนที่รักไปตลอด
และความรักของพี่จียง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องระหว่างผู้หญิงและผู้ชายครับ" ผมพูดขณะที่จ้องเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของคุณหนูก่อนจะพูดต่อ

"ถ้า...คุณหนูรู้สึกรักผู้ชายคนนั้น และ... รู้สึกแบบที่พี่จียงบอก ก็ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ตอบตกลงเค้าไปตามที่หัวใจของคุณหนูบอก ผมจะเป็นกำลังใจให้"
คุณหนูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม ด้วยสีหน้าและแววตาที่ดีขึ้น

"ซึงรีเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากครับพี่จียง" คุณหนูพูดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวออกไป และหันมาสั่งสำทับว่าวันนี้ไม่มีติวแล้วให้มารับเมื่อโรงเรียนเลิกแล้วเดินเข้าโรงเรียนไป
ผมนั่งมองคุณหนูเดินเข้าโรงเรียนอยู่ครู่ใหญ่ 'ไม่ว่าคุณหนูจะรักใคร ยังไงพี่จียงก็รักคุณหนูนะ' ผมบอกคุณหนูในใจ ก่อนจะขับรถกลับคฤหาสน์

 

เวลา สี่โมงครึ่ง ผมขับรถมาจอดรอคุณหนูที่เดิมที่เคยมารับทุกที
นั่งรออยู่ไม่นานก็เห็นคุณหนูเดินออก ด้วยท่าทางรีบร้อน
ก่อนจะเห็นผู้ชายที่ชื่อแทยังวิ่งตามมา ผู้ชายคนนั้นยื่นมือออกมารั้งแขนของคุณหนูไว้ก่อนจะพยายามพูดอะไรสักอย่าง
ผมรีบวิ่งออกจากรถไปที่คุณหนู เพราะสถานการณ์ที่เห็นน่าจะไม่ใช่เรื่องดี

"เกิดอะไรขึ้น จะทำอะไรไม่ทราบ" ผมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ผู้ชายคนนั้นรีบปล่อยมือทันที

"แกเป็นใคร ยุ่งอะไรด้วยว่ะ" ไอ้หมอนั่นมันถามขึ้น

"ชั้นเป็นคนดูแลคุณหนู และถ้าแกทำอะไรคุณหนู แกจะรู้ว่านรกเป็นยังไง"

"อะไรนะ คนดูแล มันแปลว่าคนใช้ไม่ใช่เหรอ" ไอ้หมอนั่นพูดพลางหัวเราะเยาะผม ก่อนที่จะได้ยินเสียงคุณหนูแผดลั่น

"พี่จียงไม่ใช่คนใช้ พี่จียงสำคัญกว่านั้นมาก" ผู้ชายคนนั่นหยุดชะงักด้วยความตกใจ ผมเองก็เช่นกัน ผมไม่เคยเห็นคุณหนูโกรธขนาดนี้ แต่มันก็ทำให้ผมดีใจ

"ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะรอ พี่ไม่เชื่อว่าซึงรีไม่ได้รักพี่" ผู้ชายคนนั้นพูดอย่างคุกคามก่อนจะเดินจากไป ในขณะที่คุณหนูเองก็เดินไปที่รถอย่างรวดเร็ว
ทิ้งผมให้ทบทวนและเรียบเรียงประโยคของนายคนนั้นอยู่คนเดียว
'พี่ไม่เชื่อว่าซึงรีไม่ได้รักพี่............'  หมายความว่าไง คุณหนูไม่ได้ตอบตกลงเหรอ ทำไมหล่ะ คุณหนูชอบเค้านิ

"พี่จียงงงงง ซึงรีจะกลับบ้าน" เสียงคุณหนูตะโกนมาจากรถเรียกให้ผมตื่นจากภวังค์
ผมรีบวิ่งมาที่รถเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ เอ่อ ข้องใจจัง
กลับถึงบ้านผมถึงตัดสินใจถามคุณหนู

"คุณหนูไม่ได้ตอบตกลงเหรอครับ"

"อืม"

"ทำไมหล่ะ"

"ก็ซึงรีไม่เห็นรู้สึกแบบที่พี่จียงบอกนิ"

"ทำไมหล่ะ"


"ซึงรีแค่รู้สึกชื่นชมนะ แล้วมันก็ไม่มีในนิยามของพี่จียงด้วย"คุณหนูร้องบอกแบบติดตลก ตอนนี้หัวใจผมพองโตขึ้นเรื่อยๆ และเข้าใจแล้วว่าทำไมหมอนั่นถึงดูกระฟัดกระเฟียดนัก
"อีกอย่างความรู้สึกที่พี่จียงบอก ซึงรีมีให้คนอื่นไปแล้ว" มันเป็นประโยคปริศนาที่คุณหนูทิ้งไว้ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป และตอนนี้หัวใจผมลีบหดลงมาเท่าเม็ดก๋วยจี๊
"พี่แทยังบอกว่าจะไม่เลิกตามตื้อซึงรีหล่ะ ซึงรีจะทำยังไงดีหล่ะถ้าเจอพี่แทยังอีก ซึงรีทำยังไงดีน้าาาาา" เสียงคุณหนูบ่นพึมพำขณะกำลังจะเข้าห้อง
อะไรนะ หมอนั่นจะตามตื้อคุณหนู ทำให้คุณหนูลำบากใจ ผมยอมไม่ได้เด็ดขาด แล้วผมก็นึกอะไรดีๆออก

"พี่ซึงฮยอน คืองี้นะ................." ผมเล่าเรื่องยาวเยียดให้พี่ซึงฮยอนฟังพร้อมผสมไข่ใส่สีลงไปนิดหน่อย ก่อนจะสำทับว่า
คุณหนูไม่สบายใจอย่างมาก หลังจากนั้นสักสองสามวัน ผมก็ได้ยินเสียงคุณหนูบ่น
"พี่จียงรู้เปล่า ไม่รู้พี่แทยังเป็นอะไร เห็นซึงรีแล้ววิ่งหนียังกับเห็นผี ซึงรีหล่ะไม่เข้าใจจริงๆ
แต่ก็แอบสบายใจนะว่าพี่เค้าคงไม่มายุ่งกับซึงรีแล้วล่ะ" คุณหนูว่างั้น ในขณะที่ผมแอบหันไปยิ้มให้พี่ซึงฮยอนหนึ่งที
ไม่ใช่แค่ผมหรอกน่ะที่รักและหวงคุณหนู พี่ซึงฮยอนเองก็ใช่ย่อยแต่รักกันคนละความหมายกับผม
พี่ซึงฮยอนเห็นคุณหนูมาตั้งแต่เล็กๆ หวงยังกับลูกตัวเอง เด็กแถวบ้านคนไหนกล้าดีมารังแกคุณหนู มักจะเจอดีแบบไม่รู้ตัว
"พี่ซึงฮยอน ของเค้าดีจริงๆ ^^"

[sFICY]Nobody Behind Me

posted on 26 Oct 2008 00:58 by nootapao
Fic : Nobody Behind Me
Starring : Temp,Seung ri,G-dragon
Author : tarnaras


ครั้งหนึ่งผมเคยทอดทิ้งคนที่ผมรักไว้เบื้องหลัง

ทุกครั้งที่ผมหันหลังกลับไป ผมจะเห็นเค้าวิ่งตามผมทั้งน้ำตา

และส่งเสียงร้องเรียกให้ผมกลับไปหาเค้า

แต่ผมกลับทำได้เพียงไม่หันกลับไปมอง ไม่แม้แต่จะหยุดรอ

จนวันนี้ กลับกลายเป็นผมเอง

ที่วิ่งตามแผ่นหลังของคนที่ผมเคยทิ้งมา....


++++++++++++++++++++++++


สามปีแล้ว ที่ผมออกไปจากเมืองนี้และไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยียนที่นี่เลย

วันนี้ผมตัดสินใจกลับมาเพื่อจะตามหาหัวใจดวงเก่าที่ผมเคยทิ้งไป

ผมกับเค้าเรารักกันมาก
ผมยังจำรอยยิ้มของเค้า
แววตาของเค้าได้ดี
เค้าเป็นคนขี้อ้อนและก็แสนงอน

เมื่อเราทะเลาะกันเมื่อไหร่ เป็นผมที่ต้องตามง้อทุกครั้งไป

ในตอนแรกผมก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี

แต่พอบ่อยครั้งขึ้นผมกลับรู้สึกเบื่อที่จะง้อ

ผมรู้สึกสับสนและเกิดความรู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก

สิ่งนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและคิดว่านี่มันไม่ใช่ความรัก

คงเป็นเพราะอายุที่ต่างกันของเรา

ทำให้ผมไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเค้าได้


ผมเดินผ่านผู้คนที่พลุ่กพล่านบนท้องถนน

เพื่อจะไปยังอพาร์ทเมนท์ที่ผมเคยอยู่
ที่ที่เราสองคนเคยอาศัยร่วมกัน

วันนี้ผมอยากจะกลับไปหาคนที่ผมเคยทำให้เค้าเจ็บช้ำ

ผมอยากจะไปขอโทษกับสิ่งที่ผมกระทำไว้

ผมรู้ดีอยู่ในใจลึกๆว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะให้อภัย

เพราะผมหันหลังให้เค้า โดยไม่ได้บอกเค้าเลย ว่าเค้าผิดอะไร

ตั้งแต่วันที่ผมทิ้งเค้า ผมยังจำเสียงสะอื้นได้ดี น้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

ยังคงอยู่ในความทรงจำของผมเสมอ

แม้ผมพยายามหาคนใหม่มาทดแทน
แต่ก็ไม่มีใครจะมาแทนที่เค้าได้เลย

มันทำให้ผมได้รู้ว่าจริงๆแล้วผมรักเค้ามากเพียงใด



++++++++++++++++++++++



ผมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าอพาร์ทเมนท์สองชั้น ที่ยังคงมีสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ห้องของเราสองคน ‘เค้าจะยังอยู่ที่นี่มั้ย’ ผมนึกในใจ

ขณะที่ผมกำลังก้าวขาขึ้นบันได เพื่อจะไปยังห้องนั้น

เสียงประตูที่เปิดออกก็ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก เสียงพูดคุยของคนสองคน

ที่มีใจความถึงการร่ำลากันนั้น เสียงหนึ่งผมจำได้ดีว่าเป็นเสียงใคร

“พี่กลับก่อนนะ ซึงรี ล๊อคประตูห้องให้ดีหล่ะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะมาใหม่”
“ฮ่ะ พี่จียง กลับบ้านดีๆนะ”
“ลืมอะไรไปรึเปล่า เจ้าตัวเล็ก”
ร่างสูงพูดพลางยื่นแก้มไปหาคนร่างเล็กที่ยืนหน้าแดงอยู่ตรงประตู
ร่างเล็กมองซ้ายมองขวาเล็กน้อยก่อนจะก้มลงทาบปากเล็กๆลงบนแก้มของอีกฝ่าย ด้วยความไม่เต็มใจนัก
“ทีนี้ก็กลับได้แล้วนะฮ่ะ ให้ทำอะไรน่าอายอยู่เรื่อย” ร่างเล็กบนพึมพำเล็กน้อย
เรียกเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดูของร่างสูงได้เป็นอย่างดี

ทุกการกระทำที่ผมได้เห็น
ทุกคำพูดที่ผมได้ยิน
มันตอกย้ำผมว่า ไม่มีอีกแล้ว คนที่วิ่งตามผมอยู่ด้านหลัง
มีเพียงแต่ผมเท่านั้น ที่ยังคงวิ่งตามแผ่นหลังเล็กๆ อยู่

ซึงรีมีคนใหม่แล้ว น้องไม่ใช่ของผมอีกต่อไป เป็นผมเองที่ผลักเค้าไป

“พี่ซึงฮยอน!!!” เสียงเรียกระคนตกใจ ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก
ก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าสงสัย
“พี่มาที่นี่ได้ไงฮ่ะ” คำถามที่ผมรู้สึกว่า มันน่าจะหมายถึง ผมมาที่นี่ทำไม มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บไม่น้อย
“พอจะมีเวลามั้ย พี่อยากคุยด้วยสักหน่อย” ร่างเล็กพยักหน้าเล็กน้อย

ผมกับซึงรีเดินคู่กันไปยังสวนสาธารณะใกล้ๆ
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย
มีเพียงผมกับซึงรี กับความเงียบเท่านั้น ทั้งๆที่ ผมเป็นฝ่ายขอคุยด้วย
แต่ผมกลับไม่รู้ว่าควรจะเริ่มประโยคไหนก่อน
ผมรู้สึกได้ว่าน้องเริ่มอึดอัดแม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉย
จนในที่สุดกลับเป็นร่างเล็กที่เอ่ยออกมาก่อน

“ตกลงพี่จะคุยอะไรฮ่ะ ถ้าไม่มีผมจะได้กลับ” น้ำเสียงที่ถามปนความโกรธที่เริ่มก่อตัว
ผมคงจะเงียบต่อไปอีกไม่ได้แล้วซินะ
“ขอโทษนะ” ผมไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำนี้
น้ำตาที่กักเก็บไว้ตั้งแต่ตอนที่เห็นน้องอยู่กับคนอื่น มันเริ่มเอ่อปริ่มขอบตาที่ร้อนผ่าว
“พี่ขอโทษกับสิ่งที่พี่ทำกับซึงรีไว้ ยกโทษให้พี่นะ” มันยังทันมั้ย น้องไม่ตอบผม
มีแต่ความเงียบงันที่ผมได้รับ น้องคงไม่ยกโทษให้พี่สินะ

ผมหันหน้ากลับไปมองน้องเพื่อขอคำตอบ แต่หัวใจผมก็ต้องกระตุกวูบ

น้องกำลังร้องไห้ น้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เสียงสะอึกสะอื้น มันทำให้ใจของผมแทบจะขาด

ผมทำน้องร้องไห้อีกแล้ว ผมดึงน้องเข้ามาโอบ
ก่อนจะใช้มือลูบหัวน้องอย่างแผ่วเบา เพื่อเป็นการไถ่โทษ

“ทำไมพี่ต้องทิ้งผมไป ฮึก ฮึก พี่ไม่รักผมเลยใช่มั้ย ผมมันน่ารำคาญมากเลยใช่มั้ย” เสียงตัดผ้อมันทำให้ผมอยากจะดึงเค้าเข้าจูบเข้ามากอด

แต่สำนึกของผมมันทำให้ผมต้องหยุด ผมพร่ำบอกตัวเองในใจ น้องไม่ใช่ของผม ไม่ใช่อีกแล้ว

“พี่ขอโทษซึงรี พี่รักซึงรี ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้
แต่เพราะความสับสนในใจ กับความโง่เง่าทำให้พี่ทิ้งซึงรีไป”

ใช่เพราะความโง่ของผม ทำให้ผมต้องเสียน้องไป

น้ำตาที่เก็บกักไว้ มันเริ่มเอ่อล้นออกมา ผมไม่สามารถสะกดกลั้นมันได้อีกต่อไป

น้องยังคงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดผม พร่ำบอกว่าเค้ายังคงคิดถึงผมเสมอ

แต่เรื่องของเราคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ผมผล่ะตัวออกจากซึงรีก่อนจะเอามือเช็ดคราบน้ำตา
เพื่อปลอบประโลมให้เค้าหยุดร้องไห้

“พี่รู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะเป็นพี่เองที่ทิ้งซึงรีไป”
“พี่จะไม่ขอให้เรามารักกับพี่อีก แต่พี่ขอแค่ให้ซึงรียกโทษให้พี่ ได้มั้ย”
“ฮ่ะ ผมยกโทษให้พี่ เพราะถ้าเราไม่เลิกกัน ผมก็คงไม่ได้เจอกับพี่จียง”
น้องหยุดร้องไห้แล้ว ผมยิ้มเล็กๆ ด้วยความดีใจที่น้องยกโทษให้ผม
แม้ประโยคที่ตามมาจะสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย
แค่นี้ก็ดีแล้วเชวซึงฮยอน นายไม่มีสิทธิจะเรียกร้องอะไร

“เค้าดูแลเราดีรึเปล่า” ผมถามน้องด้วยสีหน้าที่พยายามกดอารมณ์ไว้อีกครั้ง
“อืม ดีมากๆเลยหล่ะ” น้องตอบพร้อมกับอมยิ้ม
แววตาขณะกำลังพูดถึงผู้ชายคนนั้น
ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าน้องรักเค้าหมดใจ
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจบกันจริงๆ

ผมเดินไปส่งซึงรี ที่หน้าอพาร์ทเมนท์ ก่อนจะพูดลากันเล็กน้อย
ในที่สุดผมก็ไม่เหลือเรื่องให้ค้างคาใจอีกแล้ว

“ลาก่อนนะ ซึงรี” ผมพึมพาขณะที่มองน้องปิดประตูห้อง
ก่อนจะออกเดินไปตามทางอย่างช้าๆ



“คุณหมอค่ะ คนไข้ห้อง ICU อาการกำเริบค่ะ” เสียงเรียกของนางพยาบาล
ทำให้หมอเจ้าของไข้ต้องรีบรุดไปยังห้องICU
ที่ซึ่งมีชายหนุ่มเข้ามารักษาตัวจากการโดนรถชน
ชายหนุ่มนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่นาน ตั้งแต่ถูกส่งเข้ามารักษาตัว
สิ่งที่ยื้อยุดชีวิตเค้าอยู่ได้คงเป็นเครื่องช่วยหายใจ กับจิตใต้สำนึกบางอย่างของคนไข้
“หมอค่ะ หัวใจหยุดเต้นแล้วค่ะ”
“เตรียมปั้มหัวใจ”
“เคลียร์”
หมอหนุ่มทำการปั้มหัวใจอยู่หลายรอบจนเป็นที่แน่นอนแล้วว่าไม่สามารถยื้อชีวิต ได้อีกต่อไป
“เชวซึงฮยอน เสียชีวิต เวลา 24.00 น.”
เค้าจากไปอย่างสงบ โดยไม่มีเรื่องใดๆติดค้างในใจอีกแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


กริ๊งๆๆๆๆๆ “สวัสดีฮ่ะ อีซึงฮยอนฮ่ะ” เสียงตอบรับโทรศัพท์ที่ไม่สดใสนัก
ไม่รู้ทำไม พอตื่นขึ้นมา เค้าก็รู้สึกใจหวิวๆ น้ำตาพาลจะไหลโดยไม่รู้สาเหตุ
“ซึงรี เหรอ นี่ พี่ยงเบ เพื่อนพี่ซึงฮยอน นะ จำพี่ได้ไหม”
“อ้อ ฮ่ะ จำได้ มีอะไรรึเปล่าฮ่ะ”
“พี่จะโทรมาบอกว่า พี่ซึงฮยอนเสียแล้วนะ เมื่อวานตอนเที่ยงคืน”
ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้น
ซึงฮยอนต้องการมาลาเค้าจริงๆ
ร่างเล็กร้องไห้โฮออกมา อย่างสุดจะกลั้น
พี่ซึงฮยอนทิ้งเค้าไปอีกแล้ว
แต่ต่างกันเพียงพี่ซึงฮยอนทิ้งเค้าไปอย่างไม่มีวันกลับ
ร่างเล็กเงยหน้ามองท้องฟ้า หวังจะบอกคนที่อยู่บนนั้นว่า
เค้ายกโทษให้ทุกอย่าง

“พี่ฮ่ะ หลับให้สบายนะฮ่ะ ผมไม่โกรธพี่อีกแล้ว”



*The End*