[SF] You light up my life Intro+Part 1
posted on 12 Jun 2009 05:08 by nootapao in Fiction
Story : You light up my life
Starring : G-dragon x Seungri
chapter : Intro
Author : tarnaras
................................................................................
.........................
"อะไรนะครับ?"
"จะถามย้ำทำไมละ...จียง.. พ่อก็บอกไปแล้วนิ ว่าเราจะย้ายไปอยู่โซล"
"แต่...แต่..ผมไม่อยากไป"
"คุณพ่อมีความจำเป็นนะลูก...เข้าใจหน่อยนะ จียง"
"แล้วเพื่อนๆผมหล่ะ แล้วไหนจะโรงเรียน พ่อทิ้งผมไว้ที่นี่ไม่ได้เหรอ?"
"จียง!!!~ อย่าพูดจาเหลวไหล เราจะย้ายไปอยู่โซลเดือนหน้า เตรียมตัวซ่ะ..."
เสียงยื่นคำขาดของผู้นำครอบครัวที่ประกาศดังลั่น
เป็นคำพูดสุดท้ายที่ปิดประเด็นการพูดคุยภายในครอบครัว
ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินขึ้นห้องนอนลับตาไป
จียงผู้เป็นลูกรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มลงตรงหน้า
เค้ากำลังจะต้องจากเมืองอันเป็นที่รักไปเพื่อการงานของพ่อ...
.
.
.
.
.
.
โซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ที่ๆใครก็อยากจะมาใช้ชีวิต
ผู้คนมากมายเดินสวนกันแบบไม่พูดไม่จา
แต่ละคนต่างก็รีบเร่งที่จะไปยังจุดหมายที่ตนเองกำหนดไว้
.
.
.
.
.
.
.
ม้านั่งตัวยาวที่วางอยู่ข้างร้านกาแฟชื่อดังในย่านการค้าของกรุงโซล
ถูกจับจองโดยชายหนุ่มผู้มีร่างสูงโปร่ง แต่งตัวมีสไตล์ แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย
ควอนจียง นั่งเหม่อมองความสับสนวุ่นวายที่เค้าไม่อยากจะพบเจอแต่จำเป็นต้องเจอ
พลางคิดถึงบ้านเกิดที่เค้าจากมา ที่นั่นทุกอย่างเงียบสงบ
ทุกที่ที่ผ่านไปมักได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วมากับสายลม
"เฮ้อ~" จียงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ก่อนจะเปลี่ยนมุมมองที่จำเจไปเป็นถนนใหญ่ที่รถยนต์เองก็พลุกพล่านเช่นกัน
"เซงชะมัด ย้ายมาก็สองอาทิตย์แล้ว แต่กลับไม่มีอะไรให้ทำสักนิด" จียงคิดอย่างเบื่อหน่าย
ตั้งแต่วันที่จียงย้ายมา พ่อก็เริ่มทำงานในทันที ส่วนแม่ก็คอยดูแลบ้าน
วันแรกๆที่มาอยู่ ด้วยความไม่คุ้นเคย จียงจึงไม่เคยย่างเท้าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น
เวลาผ่านไปสักพักเค้าก็เริ่มรู้สึกไม่สนุกที่จะนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้าน
จียงจึงเปลี่ยนใจออกมาเดินเที่ยวดูผู้คน พร้อมๆกับสำรวจเมืองไปในตัว
วันนี้เป็นอีกวันที่จียงออกมาที่ย่านดังแห่งนี้ เพียงเพราะอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ
แต่กับเวลาที่ล่วงเลยไปแล้วก็ทำให้จียงคิดได้ว่ามันไร้ประโยชน์สิ้นดี
"เบื่อเว้ย! ชีวิตจริงแม่งโหดร้ายชะมัด" ควอนจียงก้มหน้าลงพร้อมสบถออกมาเบาๆ
ในขณะที่เงยหน้าขึ้นอีกครั้งหน้ากลมๆขาวๆแต่ใต้ตาดำก็โผล่เข้ามาอยู่ในทรรศนะวิสัย
"นี่....พี่ครับ...อ่ะ..อมยิ้ม ผมให้" หนุ่มน้อยร่างบางยื่นอมยิ้มอันน้อยให้จียง ที่ทำหน้างงอยู่ตรงหน้า
"ให้ชั้นเหรอ???" จียงถามซ้ำ
"อืม...ให้พี่ ของหวานๆจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เชื่อผม"
"อย่าคิดสั้นเลยครับ ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะ" ร่างบางพูดปลอบใจจียงด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นไม่ใช่เลย
"เอ๊ะ??? คิดสั้น?? ทำไมชั้นต้องคิดสั้นด้วยหล่ะ"
"อ่ะ...อ้าววว ก็ผมเห็นพี่มานั่งหน้าเศร้าอยู่ตรงนี้ตั้งนาน นั่งไปถอนหายใจไป
แล้วสักพักพี่ก็มองที่ถนน ผมก็เลยนึกว่า..."
"นึกว่า...นึกว่าพี่จะกระโดดเข้าไปให้รถทับเหรอ... 555" ในชีวิตไม่คิดเจอเรื่องอะไรน่าขำแบบนี้มาก่อน
แม้ว่าเค้าจะไม่ชอบเมืองนี้ขนาดไหน แต่จียงก็ไม่คิดจะทำเรื่องอะไรแบบนั้นแน่
"ไม่คิดก็ดีแล้วครับ ผมก็แค่เป็นห่วง" คนแปลกหน้าเอ่ยบอก
"งั้นก็... ขอบใจนะ"จียงส่งยิ้มพร้อมคำขอบคุณให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า
"อื้อ ^^...งั้นผมไปนะ พี่อย่าลืมกินอมยิ้มนะฮ่ะ บาย"ร่างบางโบกมือไหวๆ
ก่อนจะวิ่งปรื้อไปด้านตรงข้ามที่เพื่อนยืนรออยู่
"อ่ะ...เดี๋ยวสิ นายชื่ออะไรน่ะ?"
"ซึงฮยอนครับ อีซึงฮยอน" "ซึงรีกลับได้แล้ว เร็วๆ"
"ชื่ออีซึงฮยอนแต่เพื่อนเรียกซึงรีเหรอ" จียงพูดพลางมองอมยิ้ม
ก่อนจะค่อยๆแกะห่อพลาสติกออก
"อ่ะ หวาน...อืม..ไม่กินดีกว่าเก็บไว้เป็นที่ระลึก"จียงห่ออมยิ้มที่ลองเอาลิ้นแตะๆชิมรสเมื่อครู่
กลับตามเดิมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนหน้า
"หึ...ชีวิตเราก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดแหะ"
----------------------------------------------------------------------------------------------
Part 1
นับจากวันที่เจอกันครั้งแรก
เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปแล้วนับสิบวัน
สิบวันที่ผ่านมา จียงยังคงดำเนินชีวิตที่เหมือนเดิม
คือเดินออกจากบ้านมานั่งอยู่ข้างร้านคอฟฟี่ชื่อดัง
หากจะต่างก็คงแค่เพียง สิบวันที่ผ่านมานี้
จียงไม่ได้นั่งเรื่อยเปื่อยผสมอารมณ์เบื่อหน่ายอีกเช่นเคย
กลับเปลี่ยนเป็นการรอคอยคนน่ารักที่ได้เจอกันเมื่อวันก่อนอย่างมีความหวังและเต็มไป
ด้วยความสุขใจ
อีซึงฮยอน ชั้นจะได้เจอนายอีกมั้ย?...
"เฮ้อ... วันนี้ก็ไม่เจออีกแล้วเหรอ?..." จียงพึมพำออกมาเบาๆด้วยความสิ้นหวัง
วันนี้เค้าคงต้องเดินกลับบ้านอย่างหงอยเหงาเช่นเคย
"วันนี้ก็ไม่มาอีกแล้ว"
"ใครไม่มาเหรอ...พี่รอใครอยู่เหรอครับ"
"เฮ้ยยยยยยย" จียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
อยู่ดีๆคนที่คิดถึงก็มาปรากฎตัวตรงหน้าแบบไม่ทันให้เตรียมตัวเตรียมใจ
"ตกใจอะไรขนาดนั้น ซึงรีไม่ใช่ผีซะหน่อย"
"อ่ะ...ป่ะ..ป่ะ..ปล่าว...ฟู่ว"
"แน่ะ...ติดอ่างอีก"
"ไม่ใช่สักหน่อย ว่าแต่ซึงฮยอนมาได้ยังไงหล่ะ"
"หืม..เรียกว่าซึงรีก็ได้ครับ เพื่อนๆเค้าเรียกกันอย่างนั้น"
" ซึงรีอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ เลยออกมาเดินเที่ยวนะ"พูดจบเจ้าตัวก็ส่งยิ้มเห็นเขี้ยวชัดเจนพร้อมใบหน้าฉาย แววเจ้าเล่ใส่จียง"พี่ๆๆ ไปดูหนังเป็นเพื่อนซึงรีหน่อยสิ น้าๆ"
จู่ๆคนตัวเล็กตรงหน้าก็มาออดอ้อนใส่ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันได้สองวัน
ใครหล่ะจะไม่ตกลง จียงตอบตกลงแบบไม่ลังเลใจสักนิด แม้แต่ชื่อเรื่องก็ไม่ถามให้เสียเวลา
คนตัวเล็กได้รับคำตอบตกลงก็รับลากจูงแขนข้างหนึ่งของจียงไปแบบเร็วรี่
"พี่ชื่อไรอ่ะ?"
"จียงครับ ควอนจียง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"โดราเอมอนตอนนี้สนุกเนาะพี่จียง" เสียงเจื้อยแจ้วของซึงรีดังขึ้นระหว่างทางเดินกลับบ้านของทั้งสอง
"ของวิเศษสุดยอดมากเลย อยากได้บ้างจัง ^0^ " คำพูดชวนขบขันปนเอ็นดูทำให้จียงเผลอหัวเราะออกมา
ตั้งแต่ช่วงหนังฉายซึงรีหัวเราะไม่หยุดแถมพอโดราเอมอนหยิบของวิเศษออกมาที
เด็กน้อยข้างๆเค้าก็ตื่นเต้นตาเป็นประกายที เรียกรอยยิ้มได้ดีนัก
"ทำไมซึงรีถึงชวนพี่ไปดูหนังละ เพื่อนๆเค้าไม่ดูเหรอ"จียงถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อือ...ไม่ค่อยมีใครดูกันหรอก เพื่อนซึงรีคนหนึ่งเค้าชอบโดราเอมอนมากเค้ามาเล่าให้ฟังว่าสนุกมาก
ซึงรีเลยอยากดู แต่เพื่อนๆที่เหลือไม่มีใครอยากดู"
"เพื่อนคนที่มากับซึงรีเมื่อวันก่อนนะเหรอ"
"อ้อ...ใช่ๆ คนนั้นหล่ะ พี่จียงจำแม่นจัง เค้าชื่อแดซอง แต่เพื่อนๆชอบเรียก โดราแด"
"ห่ะ...ฮ่าๆๆ สงสัยเค้าจะชอบโดราเอมอนจริง"
"อืม...ชอบมากเลยล่ะ....อ่ะ ถึงบ้านแล้ว ขอบคุณมากนะครับที่ไปดูหนังเป็นเพื่อนซึงรี
แถมยังเดินมาส่งซึงรีซะไกลเลย"
"อ่อ ไม่เป็นไรหรอก วันนี้พี่สนุกมาก ไปนะ"
"พี่จียง...."
"หืม มีอะไรเหรอ"
"อ่อ คือ...แลกเบอร์มือถือกันหน่อยสิ เอาไว้โทรชวนดูหนังอีก"
"โดราเอมอนอีกนะเหรอ 555"
"ไม่ใช่สักหน่อย"คนตัวเล็กรีบปฏิเสธทันควัน ด้วยน้ำเสียงงอนๆ
"ใครจะไปดูแต่โดราเอมอนละ ไม่ใช่แดซองซะหน่อย"
แล้วจียงก็ให้เบอร์ซึงรีไปพร้อมๆกับที่เมมเบอร์ซึงรีไว้ในเครื่องด้วยเช่นกัน
.
.
.
.
.
"แพนด้าๆ เมสเสจมาๆ" (เสียงเมสเสจเข้าสิ้นคิดมาก-*- ^ไรท์เตอร์)
"ฝันดีครับ"
"แทน แท่น แท้นนนนน"
"ฝันดีเหมือนกันนะครับ"
ไออุ่นแห่งความรัีกเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
.
.
.
.
.
.
เป็นเวลาหลายวันก่อนจะเปิดเทอมอันแสนวุ่นวาย
จียงไม่ได้เจอกับซึงรีอีกเลยตั้งแต่วันที่เจอกันครั้งที่สอง
เนื่องมาจากเค้าเตรียมตัวสำหรับการเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่
การเตรียมการจึงค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร
ทั้งคู่ทำได้เพียงคุยกันทางโทรศัพท์และส่งเมสเสจหากัน
แต่บทสนทนาก็ช่างแสนสั้น
ทางฝ่ายซึงรีเองก็นั่งรอนอนรอโทรศัพท์พร้อมทั้งเตรียมเรื่องราวมากมายที่จะคุยกับพี่
จียงของเค้า แต่พอถึงเวลาเมื่อซึงรีได้ยินเสียงจียง
เสียงหัวใจกลับดังลั่นมากลบความคิดและคำพูดจนหมดสิ้น
"จียงตื่นได้แล้ว วันนี้ไปโรงเรียนวันแรก เดี๋ยวสายนะลูก"
"ครับแม่ ไปแล้วครับ"พูดจบ เจ้าตัวก็วิ่งปรู้ดออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
จียงเดินไปตามเส้นทางได้สำรวจไว้ก่อนหน้าจึงถึงสามแยกหน้าโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กำลังจะเดินเลี้ยวเข้าโรงเรียน สายตาก็พลันเห็นร่างเล็กๆเดินพูดคุยยิ้มแฉ่ง
มากับเพื่อนคนที่น่าจะชื่อแดซอง
" ไม่น่าเชื่อ อยู่โรงเรียนเดียวกับซึงรีเหรอเนี่ย?..." น้ำเสียงงุนงงที่ปนไปด้วยความดีใจถูกเอ่ยออกมาในขณะที่คนพูดยืนมองร่างเล็ก นิ่ง คนที่ถูกมองก็เริ่มจะรู้สึกตัวว่ามีสายตาคู่นี้กำลังจับจ้องเค้าอยู่
จึงละจากบทสนทนาระหว่างคนตรงหน้า
"อ่ะ พี่จียงงงงงง" ซึงรีตะโกนเรียกชื่อจียงด้วยเสียงตื่นเต้นสุดขีด ก่อนจะวิ่งทั่กๆๆเข้าไปหาจียง
"พี่จียงอยู่โรงเรียนนี้เหรอเนี่ย ทำไมซึงรีไม่เคยเห็น"
"อ่อ พี่เพิ่งจะย้ายมานะ ไม่ได้เล่าให้ซึงรีฟัง"
"ตายหล่ะ ซึงรีนึกว่าพี่จียงทำงานแล้วซะอีก แฮ่ะๆ"
"ห่ะ!!! นี่พี่หน้าแก่ขนาดนั้นเชียว" จียงกับซึงรีเดินพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างเดินเข้าโรงเรียน
"นี่นาย จะไม่แนะนำชั้นหน่อยเหรอซึงรี" แดซองที่ตอนนี้โดนตัดออกจากความสนใจของซึงรีเอ่ยขึ้น
"อ่า~ โทษทีแดซอง นี่พี่จียง คนที่เราเอาอมยิ้มไปให้ไง พี่จียง นี่แดซอง"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ/เช่นกันครับ"
"พี่จียง เดี๋ยวซึงรีพาไปห้องอาจารย์" ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็จัดแจงลากจียงไปยังห้องอาจารย์ที่ปรึกษา
ก่อนจะลากลับห้องไปเข้าเรียน ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
.
.
.
.
.
.
.
"จียง หวัดดีนะ...ชั้นชื่อยองแบ"
"ส่วนเนี่ย"ยองแบยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วชี้ไปที่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนก่อนจะกล่าว"ชื่อซึงฮยอน แต่ส่วนใหญ่เรียกมันว่า ท๊อป"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ นายชื่อซึงฮยอนเหรอ ชื่อเหมือนคนรู้จักชั้นเลย"
"เหรอ สงสัยชื่อชั้นจะโหล ว่าแต่เรารีบไปโรงอาหารเถอะ
เดี๋ยวข้าวหมด" ท๊อปเสนอไอเดีย
"อือ ไปสิ" ว่าแล้วทั้งสามหนุ่มก็เดินออกจากห้องตรงไปยังโรงอาหารที่มีคนพลุ่กพล่าน
จียง ยองแบและท๊อปต่างซื้ออาหารที่ตนต้องการได้แล้วแต่ติดปัญหาตรงที่นั่งที่ตอนนี้คราคร่
ำไปด้วยผู้คน
"ง่ะ...ไม่มีที่ว่างเลย สงสัยเราจะมาช้าเกิน" ยองแบพูดขึ้น
"อืม" ท๊อปตอบรับอย่างเห็นด้วย
"พี่จียง ทางนี้ครับ...ทางนี้..." เสียงใสๆที่จียงขึ้นเคยดี ลอยเข้ามากระทบโสตประสาท
จียงหันขวับไปทางตนเสียงก็เห็นรุ่นน้องคนดีชูไม้ชูมือเรียกเค้าให้มานั่งด้วยกัน
จียงจึงทำปากบอกกล่าวไปว่าจะไปตามเพื่อนมานั่งด้วย
ว่าแล้วจียงก็เดินถือถาดดอาหารไปเรียกยองแบและท๊อปให้มานั่งที่โต๊ะซึงรี
"ซวยแล้ว!!! ซึงรี" แดซองพูดขึ้นในขณะที่ซึงรีกำลังพยายามคีบไก่ทอดของแดซองเข้าปาก
"ทำไมเหรอ"
"ก็ดูสิ...ใครมากับพี่จียงน่ะ"
"ไหน...ใคร???"
จียงเดินนำยองแบและท๊อปมาที่โต๊ะ ทันทีที่ทั้งคู่เดินมาถึงบรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนไปในทันที
"นึกว่าใครน้องซึงรีกับน้องแดซองนี่เอง"ยองแบเอ่ยขึ้นอย่างเสียไม่ได้
"นั่งสิครับ" ซึงรีเอ่ย ก่อนจะเหลือบมองไปทางท๊อปที่ตอนนี้หน้าบอกบุญไม่รับไปเรียบร้อย
"อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอ ว่าจะแนะนำซะหน่อย" จียงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอ่ยขึ้น
"รู้จักสิ รู้จักดีด้วย" ท๊อปกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ในขณะที่ตาจับจ้องอยู่ซึงรี
2becon
พาร์ท1 มาแล้ว ช่างเป็นฟิคสั้นที่สั้นจริงๆ
ต้องขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ พอดีไม่ค่อยถนัดบรรยาย
เวลาอ่านอาจจะรู้สึกด้วนๆ ก็ต้องขออภัยด้วย
ช่วงนี้ไรท์เตอร์หัวตันๆเขียนไม่ค่อยออก
ทั้งที่มีพล๊อตเรื่องอยู่ในหัวเสร็จสรรพแล้ว
แต่จะเขียนออกมาให้มันน่าอ่านนี่ยากยิ่ง
ตอนหน้าก็คงจบแล้ว ยังไงก็รอกันสักนิดนะคะ
ปล.อย่าคาดหวังว่าฟิคมันจะยาวนะคะ ไรท์เตอร์มิสามารถ ฮี่ๆๆๆ
Starring : G-dragon x Seungri
chapter : Intro
Author : tarnaras
................................................................................
.........................
"อะไรนะครับ?"
"จะถามย้ำทำไมละ...จียง.. พ่อก็บอกไปแล้วนิ ว่าเราจะย้ายไปอยู่โซล"
"แต่...แต่..ผมไม่อยากไป"
"คุณพ่อมีความจำเป็นนะลูก...เข้าใจหน่อยนะ จียง"
"แล้วเพื่อนๆผมหล่ะ แล้วไหนจะโรงเรียน พ่อทิ้งผมไว้ที่นี่ไม่ได้เหรอ?"
"จียง!!!~ อย่าพูดจาเหลวไหล เราจะย้ายไปอยู่โซลเดือนหน้า เตรียมตัวซ่ะ..."
เสียงยื่นคำขาดของผู้นำครอบครัวที่ประกาศดังลั่น
เป็นคำพูดสุดท้ายที่ปิดประเด็นการพูดคุยภายในครอบครัว
ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินขึ้นห้องนอนลับตาไป
จียงผู้เป็นลูกรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มลงตรงหน้า
เค้ากำลังจะต้องจากเมืองอันเป็นที่รักไปเพื่อการงานของพ่อ...
.
.
.
.
.
.
โซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ที่ๆใครก็อยากจะมาใช้ชีวิต
ผู้คนมากมายเดินสวนกันแบบไม่พูดไม่จา
แต่ละคนต่างก็รีบเร่งที่จะไปยังจุดหมายที่ตนเองกำหนดไว้
.
.
.
.
.
.
.
ม้านั่งตัวยาวที่วางอยู่ข้างร้านกาแฟชื่อดังในย่านการค้าของกรุงโซล
ถูกจับจองโดยชายหนุ่มผู้มีร่างสูงโปร่ง แต่งตัวมีสไตล์ แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย
ควอนจียง นั่งเหม่อมองความสับสนวุ่นวายที่เค้าไม่อยากจะพบเจอแต่จำเป็นต้องเจอ
พลางคิดถึงบ้านเกิดที่เค้าจากมา ที่นั่นทุกอย่างเงียบสงบ
ทุกที่ที่ผ่านไปมักได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วมากับสายลม
"เฮ้อ~" จียงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ก่อนจะเปลี่ยนมุมมองที่จำเจไปเป็นถนนใหญ่ที่รถยนต์เองก็พลุกพล่านเช่นกัน
"เซงชะมัด ย้ายมาก็สองอาทิตย์แล้ว แต่กลับไม่มีอะไรให้ทำสักนิด" จียงคิดอย่างเบื่อหน่าย
ตั้งแต่วันที่จียงย้ายมา พ่อก็เริ่มทำงานในทันที ส่วนแม่ก็คอยดูแลบ้าน
วันแรกๆที่มาอยู่ ด้วยความไม่คุ้นเคย จียงจึงไม่เคยย่างเท้าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น
เวลาผ่านไปสักพักเค้าก็เริ่มรู้สึกไม่สนุกที่จะนั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้าน
จียงจึงเปลี่ยนใจออกมาเดินเที่ยวดูผู้คน พร้อมๆกับสำรวจเมืองไปในตัว
วันนี้เป็นอีกวันที่จียงออกมาที่ย่านดังแห่งนี้ เพียงเพราะอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ
แต่กับเวลาที่ล่วงเลยไปแล้วก็ทำให้จียงคิดได้ว่ามันไร้ประโยชน์สิ้นดี
"เบื่อเว้ย! ชีวิตจริงแม่งโหดร้ายชะมัด" ควอนจียงก้มหน้าลงพร้อมสบถออกมาเบาๆ
ในขณะที่เงยหน้าขึ้นอีกครั้งหน้ากลมๆขาวๆแต่ใต้ตาดำก็โผล่เข้ามาอยู่ในทรรศนะวิสัย
"นี่....พี่ครับ...อ่ะ..อมยิ้ม ผมให้" หนุ่มน้อยร่างบางยื่นอมยิ้มอันน้อยให้จียง ที่ทำหน้างงอยู่ตรงหน้า
"ให้ชั้นเหรอ???" จียงถามซ้ำ
"อืม...ให้พี่ ของหวานๆจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เชื่อผม"
"อย่าคิดสั้นเลยครับ ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะ" ร่างบางพูดปลอบใจจียงด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นไม่ใช่เลย
"เอ๊ะ??? คิดสั้น?? ทำไมชั้นต้องคิดสั้นด้วยหล่ะ"
"อ่ะ...อ้าววว ก็ผมเห็นพี่มานั่งหน้าเศร้าอยู่ตรงนี้ตั้งนาน นั่งไปถอนหายใจไป
แล้วสักพักพี่ก็มองที่ถนน ผมก็เลยนึกว่า..."
"นึกว่า...นึกว่าพี่จะกระโดดเข้าไปให้รถทับเหรอ... 555" ในชีวิตไม่คิดเจอเรื่องอะไรน่าขำแบบนี้มาก่อน
แม้ว่าเค้าจะไม่ชอบเมืองนี้ขนาดไหน แต่จียงก็ไม่คิดจะทำเรื่องอะไรแบบนั้นแน่
"ไม่คิดก็ดีแล้วครับ ผมก็แค่เป็นห่วง" คนแปลกหน้าเอ่ยบอก
"งั้นก็... ขอบใจนะ"จียงส่งยิ้มพร้อมคำขอบคุณให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า
"อื้อ ^^...งั้นผมไปนะ พี่อย่าลืมกินอมยิ้มนะฮ่ะ บาย"ร่างบางโบกมือไหวๆ
ก่อนจะวิ่งปรื้อไปด้านตรงข้ามที่เพื่อนยืนรออยู่
"อ่ะ...เดี๋ยวสิ นายชื่ออะไรน่ะ?"
"ซึงฮยอนครับ อีซึงฮยอน" "ซึงรีกลับได้แล้ว เร็วๆ"
"ชื่ออีซึงฮยอนแต่เพื่อนเรียกซึงรีเหรอ" จียงพูดพลางมองอมยิ้ม
ก่อนจะค่อยๆแกะห่อพลาสติกออก
"อ่ะ หวาน...อืม..ไม่กินดีกว่าเก็บไว้เป็นที่ระลึก"จียงห่ออมยิ้มที่ลองเอาลิ้นแตะๆชิมรสเมื่อครู่
กลับตามเดิมด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนหน้า
"หึ...ชีวิตเราก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิดแหะ"
----------------------------------------------------------------------------------------------
Part 1
นับจากวันที่เจอกันครั้งแรก
เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปแล้วนับสิบวัน
สิบวันที่ผ่านมา จียงยังคงดำเนินชีวิตที่เหมือนเดิม
คือเดินออกจากบ้านมานั่งอยู่ข้างร้านคอฟฟี่ชื่อดัง
หากจะต่างก็คงแค่เพียง สิบวันที่ผ่านมานี้
จียงไม่ได้นั่งเรื่อยเปื่อยผสมอารมณ์เบื่อหน่ายอีกเช่นเคย
กลับเปลี่ยนเป็นการรอคอยคนน่ารักที่ได้เจอกันเมื่อวันก่อนอย่างมีความหวังและเต็มไป
ด้วยความสุขใจ
อีซึงฮยอน ชั้นจะได้เจอนายอีกมั้ย?...
"เฮ้อ... วันนี้ก็ไม่เจออีกแล้วเหรอ?..." จียงพึมพำออกมาเบาๆด้วยความสิ้นหวัง
วันนี้เค้าคงต้องเดินกลับบ้านอย่างหงอยเหงาเช่นเคย
"วันนี้ก็ไม่มาอีกแล้ว"
"ใครไม่มาเหรอ...พี่รอใครอยู่เหรอครับ"
"เฮ้ยยยยยยย" จียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
อยู่ดีๆคนที่คิดถึงก็มาปรากฎตัวตรงหน้าแบบไม่ทันให้เตรียมตัวเตรียมใจ
"ตกใจอะไรขนาดนั้น ซึงรีไม่ใช่ผีซะหน่อย"
"อ่ะ...ป่ะ..ป่ะ..ปล่าว...ฟู่ว"
"แน่ะ...ติดอ่างอีก"
"ไม่ใช่สักหน่อย ว่าแต่ซึงฮยอนมาได้ยังไงหล่ะ"
"หืม..เรียกว่าซึงรีก็ได้ครับ เพื่อนๆเค้าเรียกกันอย่างนั้น"
" ซึงรีอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ เลยออกมาเดินเที่ยวนะ"พูดจบเจ้าตัวก็ส่งยิ้มเห็นเขี้ยวชัดเจนพร้อมใบหน้าฉาย แววเจ้าเล่ใส่จียง"พี่ๆๆ ไปดูหนังเป็นเพื่อนซึงรีหน่อยสิ น้าๆ"
จู่ๆคนตัวเล็กตรงหน้าก็มาออดอ้อนใส่ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันได้สองวัน
ใครหล่ะจะไม่ตกลง จียงตอบตกลงแบบไม่ลังเลใจสักนิด แม้แต่ชื่อเรื่องก็ไม่ถามให้เสียเวลา
คนตัวเล็กได้รับคำตอบตกลงก็รับลากจูงแขนข้างหนึ่งของจียงไปแบบเร็วรี่
"พี่ชื่อไรอ่ะ?"
"จียงครับ ควอนจียง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"โดราเอมอนตอนนี้สนุกเนาะพี่จียง" เสียงเจื้อยแจ้วของซึงรีดังขึ้นระหว่างทางเดินกลับบ้านของทั้งสอง
"ของวิเศษสุดยอดมากเลย อยากได้บ้างจัง ^0^ " คำพูดชวนขบขันปนเอ็นดูทำให้จียงเผลอหัวเราะออกมา
ตั้งแต่ช่วงหนังฉายซึงรีหัวเราะไม่หยุดแถมพอโดราเอมอนหยิบของวิเศษออกมาที
เด็กน้อยข้างๆเค้าก็ตื่นเต้นตาเป็นประกายที เรียกรอยยิ้มได้ดีนัก
"ทำไมซึงรีถึงชวนพี่ไปดูหนังละ เพื่อนๆเค้าไม่ดูเหรอ"จียงถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อือ...ไม่ค่อยมีใครดูกันหรอก เพื่อนซึงรีคนหนึ่งเค้าชอบโดราเอมอนมากเค้ามาเล่าให้ฟังว่าสนุกมาก
ซึงรีเลยอยากดู แต่เพื่อนๆที่เหลือไม่มีใครอยากดู"
"เพื่อนคนที่มากับซึงรีเมื่อวันก่อนนะเหรอ"
"อ้อ...ใช่ๆ คนนั้นหล่ะ พี่จียงจำแม่นจัง เค้าชื่อแดซอง แต่เพื่อนๆชอบเรียก โดราแด"
"ห่ะ...ฮ่าๆๆ สงสัยเค้าจะชอบโดราเอมอนจริง"
"อืม...ชอบมากเลยล่ะ....อ่ะ ถึงบ้านแล้ว ขอบคุณมากนะครับที่ไปดูหนังเป็นเพื่อนซึงรี
แถมยังเดินมาส่งซึงรีซะไกลเลย"
"อ่อ ไม่เป็นไรหรอก วันนี้พี่สนุกมาก ไปนะ"
"พี่จียง...."
"หืม มีอะไรเหรอ"
"อ่อ คือ...แลกเบอร์มือถือกันหน่อยสิ เอาไว้โทรชวนดูหนังอีก"
"โดราเอมอนอีกนะเหรอ 555"
"ไม่ใช่สักหน่อย"คนตัวเล็กรีบปฏิเสธทันควัน ด้วยน้ำเสียงงอนๆ
"ใครจะไปดูแต่โดราเอมอนละ ไม่ใช่แดซองซะหน่อย"
แล้วจียงก็ให้เบอร์ซึงรีไปพร้อมๆกับที่เมมเบอร์ซึงรีไว้ในเครื่องด้วยเช่นกัน
.
.
.
.
.
"แพนด้าๆ เมสเสจมาๆ" (เสียงเมสเสจเข้าสิ้นคิดมาก-*- ^ไรท์เตอร์)
"ฝันดีครับ"
"แทน แท่น แท้นนนนน"
"ฝันดีเหมือนกันนะครับ"
ไออุ่นแห่งความรัีกเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
.
.
.
.
.
.
เป็นเวลาหลายวันก่อนจะเปิดเทอมอันแสนวุ่นวาย
จียงไม่ได้เจอกับซึงรีอีกเลยตั้งแต่วันที่เจอกันครั้งที่สอง
เนื่องมาจากเค้าเตรียมตัวสำหรับการเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่
การเตรียมการจึงค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร
ทั้งคู่ทำได้เพียงคุยกันทางโทรศัพท์และส่งเมสเสจหากัน
แต่บทสนทนาก็ช่างแสนสั้น
ทางฝ่ายซึงรีเองก็นั่งรอนอนรอโทรศัพท์พร้อมทั้งเตรียมเรื่องราวมากมายที่จะคุยกับพี่
จียงของเค้า แต่พอถึงเวลาเมื่อซึงรีได้ยินเสียงจียง
เสียงหัวใจกลับดังลั่นมากลบความคิดและคำพูดจนหมดสิ้น
"จียงตื่นได้แล้ว วันนี้ไปโรงเรียนวันแรก เดี๋ยวสายนะลูก"
"ครับแม่ ไปแล้วครับ"พูดจบ เจ้าตัวก็วิ่งปรู้ดออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
จียงเดินไปตามเส้นทางได้สำรวจไว้ก่อนหน้าจึงถึงสามแยกหน้าโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กำลังจะเดินเลี้ยวเข้าโรงเรียน สายตาก็พลันเห็นร่างเล็กๆเดินพูดคุยยิ้มแฉ่ง
มากับเพื่อนคนที่น่าจะชื่อแดซอง
" ไม่น่าเชื่อ อยู่โรงเรียนเดียวกับซึงรีเหรอเนี่ย?..." น้ำเสียงงุนงงที่ปนไปด้วยความดีใจถูกเอ่ยออกมาในขณะที่คนพูดยืนมองร่างเล็ก นิ่ง คนที่ถูกมองก็เริ่มจะรู้สึกตัวว่ามีสายตาคู่นี้กำลังจับจ้องเค้าอยู่
จึงละจากบทสนทนาระหว่างคนตรงหน้า
"อ่ะ พี่จียงงงงงง" ซึงรีตะโกนเรียกชื่อจียงด้วยเสียงตื่นเต้นสุดขีด ก่อนจะวิ่งทั่กๆๆเข้าไปหาจียง
"พี่จียงอยู่โรงเรียนนี้เหรอเนี่ย ทำไมซึงรีไม่เคยเห็น"
"อ่อ พี่เพิ่งจะย้ายมานะ ไม่ได้เล่าให้ซึงรีฟัง"
"ตายหล่ะ ซึงรีนึกว่าพี่จียงทำงานแล้วซะอีก แฮ่ะๆ"
"ห่ะ!!! นี่พี่หน้าแก่ขนาดนั้นเชียว" จียงกับซึงรีเดินพูดคุยหยอกล้อกันระหว่างเดินเข้าโรงเรียน
"นี่นาย จะไม่แนะนำชั้นหน่อยเหรอซึงรี" แดซองที่ตอนนี้โดนตัดออกจากความสนใจของซึงรีเอ่ยขึ้น
"อ่า~ โทษทีแดซอง นี่พี่จียง คนที่เราเอาอมยิ้มไปให้ไง พี่จียง นี่แดซอง"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ/เช่นกันครับ"
"พี่จียง เดี๋ยวซึงรีพาไปห้องอาจารย์" ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็จัดแจงลากจียงไปยังห้องอาจารย์ที่ปรึกษา
ก่อนจะลากลับห้องไปเข้าเรียน ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
.
.
.
.
.
.
.
"จียง หวัดดีนะ...ชั้นชื่อยองแบ"
"ส่วนเนี่ย"ยองแบยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วชี้ไปที่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนก่อนจะกล่าว"ชื่อซึงฮยอน แต่ส่วนใหญ่เรียกมันว่า ท๊อป"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ นายชื่อซึงฮยอนเหรอ ชื่อเหมือนคนรู้จักชั้นเลย"
"เหรอ สงสัยชื่อชั้นจะโหล ว่าแต่เรารีบไปโรงอาหารเถอะ
เดี๋ยวข้าวหมด" ท๊อปเสนอไอเดีย
"อือ ไปสิ" ว่าแล้วทั้งสามหนุ่มก็เดินออกจากห้องตรงไปยังโรงอาหารที่มีคนพลุ่กพล่าน
จียง ยองแบและท๊อปต่างซื้ออาหารที่ตนต้องการได้แล้วแต่ติดปัญหาตรงที่นั่งที่ตอนนี้คราคร่
ำไปด้วยผู้คน
"ง่ะ...ไม่มีที่ว่างเลย สงสัยเราจะมาช้าเกิน" ยองแบพูดขึ้น
"อืม" ท๊อปตอบรับอย่างเห็นด้วย
"พี่จียง ทางนี้ครับ...ทางนี้..." เสียงใสๆที่จียงขึ้นเคยดี ลอยเข้ามากระทบโสตประสาท
จียงหันขวับไปทางตนเสียงก็เห็นรุ่นน้องคนดีชูไม้ชูมือเรียกเค้าให้มานั่งด้วยกัน
จียงจึงทำปากบอกกล่าวไปว่าจะไปตามเพื่อนมานั่งด้วย
ว่าแล้วจียงก็เดินถือถาดดอาหารไปเรียกยองแบและท๊อปให้มานั่งที่โต๊ะซึงรี
"ซวยแล้ว!!! ซึงรี" แดซองพูดขึ้นในขณะที่ซึงรีกำลังพยายามคีบไก่ทอดของแดซองเข้าปาก
"ทำไมเหรอ"
"ก็ดูสิ...ใครมากับพี่จียงน่ะ"
"ไหน...ใคร???"
จียงเดินนำยองแบและท๊อปมาที่โต๊ะ ทันทีที่ทั้งคู่เดินมาถึงบรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนไปในทันที
"นึกว่าใครน้องซึงรีกับน้องแดซองนี่เอง"ยองแบเอ่ยขึ้นอย่างเสียไม่ได้
"นั่งสิครับ" ซึงรีเอ่ย ก่อนจะเหลือบมองไปทางท๊อปที่ตอนนี้หน้าบอกบุญไม่รับไปเรียบร้อย
"อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอ ว่าจะแนะนำซะหน่อย" จียงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเอ่ยขึ้น
"รู้จักสิ รู้จักดีด้วย" ท๊อปกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ในขณะที่ตาจับจ้องอยู่ซึงรี
2becon
พาร์ท1 มาแล้ว ช่างเป็นฟิคสั้นที่สั้นจริงๆ
ต้องขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ พอดีไม่ค่อยถนัดบรรยาย
เวลาอ่านอาจจะรู้สึกด้วนๆ ก็ต้องขออภัยด้วย
ช่วงนี้ไรท์เตอร์หัวตันๆเขียนไม่ค่อยออก
ทั้งที่มีพล๊อตเรื่องอยู่ในหัวเสร็จสรรพแล้ว
แต่จะเขียนออกมาให้มันน่าอ่านนี่ยากยิ่ง
ตอนหน้าก็คงจบแล้ว ยังไงก็รอกันสักนิดนะคะ
ปล.อย่าคาดหวังว่าฟิคมันจะยาวนะคะ ไรท์เตอร์มิสามารถ ฮี่ๆๆๆ